ถามๆตอบๆ
No One Knows Everything

  44845  


ประโยชน์ของซาวน่า


ลูกเจี๊ยบ
Member


เข้าร่วม : 14 พ.ค. 46
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 93 ครั้ง
22 ธ.ค. 48  22:03:46 น.

มีการนำคำตอบของอ.ลูไปเสนอทางกระดานเพาะกาย  ผมขอสงวนไม่เอยชื่อนะครับเพราะไม่ต้องการให้เกิดการเข้าใจผิด  แต่อยากได้ความเห็นของอาจารย์  ซึ่งผมยึดมั่นว่าเคร่งครัดทางวิชาการ  ที่ผมสงสัยคือกรดแลคติคจะสลายเองได้ภายในสามนาฑีหรือครับ?  ผมเคยเข้าใจว่าที่ระบมจากการออกกำลังกาย   ในวันรุ่งขึ้นนั้น  เป็นผลพวงส่วนหนึ่งของกรดแลคติคที่ร่างกายกำจัดไม่หมด  ขอคำแนะนำด้วยครับ


ลูกเจี๊ยบ
Member


เข้าร่วม : 14 พ.ค. 46
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 93 ครั้ง
22 ธ.ค. 48  22:07:03 น. # 1

ขอโทษครับ  ตกโพสท์


คัดลอกมาจากกระดานจักรยานครับ ผู้ตอบเป็นเจ้าของกระดานและเป็นแพทย์ด้วยครับ
http://www.bikeloves.com/
จริงๆแล้วผมเองก็ยังอยากจะหาclubที่ราคาย่อมเยากว่านี้เช่นกัน เคยเจอถูกที่สุด ก็ประมาณ 1.4 - 1.5 หมื่นต่อปี ถ้าเป็นครั้งก็ 160 -180 บาท ซึ่งclubระดับนี้จะมีผู้แนะนำ และที่สำคัญคือมีห้องอบซาวน่าที่มีคุณภาพ

ซาวน่านั้นจะใช้หลักการเข้าไปนั่งให้ห้องที่มีอุณหภูมิประมาณ 70-90 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5-15นาที เพื่อให้หลอดเลือดในกล้ามเนื้อมีการขยายตัว ทำให้มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น เป็นเร่งการกำจัดกรดแลกติกที่คั่งค้างอยู่ จากนั้นจะไปอาบหรือแช่น้ำเย็นเป็นเวลาเท่าๆกันกับการอบร้อน น้ำเย็นจะทำให้หลอดเลือดหดตัว เป็๋นการเร่งบีบไล่ของเสียที่กล้ามเนื้อกำจัดหรือค้างอยู่ ออกไปจากกล้ามเนื้อ เพื่อไปทำลายที่ตับหรือขับทิ้งที่ปอดและไต การอบซาวน่าจะทำประมาณ 2-3 รอบ ( 1รอบ = ร้อน + เย็น )

จากประสพการณ์การเข้าclubครั้งแรกนั้น เจอinstructor เล่นซะออกมาถอดเสื้อยืดเองเกือบไม่ได้ แต่พอออกจากกระบวนการซาวน่า อาการล้าของกล้ามเนื้อก็ดีขึ้นอย่างทันตาเห็น

กลับไปข้างบน    






ตอบ: 21/12/2005 8:48 pm    ชื่อกระทู้:    

--------------------------------------------------------------------------------

คำพูด:
เพื่อให้หลอดเลือดในกล้ามเนื้อมีการขยายตัว ทำให้มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น

อ่า.... ผมไม่ได้อวดรู้กว่าหมอนะครับ แต่...
ที่ว่าหลอดเลือดขยายตัวน่ะ ผมเห็นด้วย แต่ผมว่าส่วนใหญ่ มันจะไหลไปแถว ๆ ผิวหนัง
เพื่อขับความร้อนเสียมากกว่าที่จะไปกล้ามเนื้อนาครับ

ส่วนกรดแลคติก สามนาทีก็ออกหมดละครับ ถ้าเล่นดัมเบลหนัก ๆ สามนาทีก็ฟื้นตัวแล้ว
ต่อได้อีกหลายเซ็ท
ที่มันล้าน่ะ ผมว่าพลังงานมันมีไม่พอหรืออะไรซักอย่างมากกว่า

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
23 ธ.ค. 48  00:21:04 น. # 2

ไม่โต้ ไม่แย้งครับ
ดึกแล้ว
เอาเป็นว่าผมอธิบายด้วยพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์
คนอ่านน่าจะมีพิจารณญาณเพียงพอครับ

ลูกเจี๊ยบ
Member


เข้าร่วม : 14 พ.ค. 46
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 93 ครั้ง
23 ธ.ค. 48  05:06:57 น. # 3

ต้องขออภัยที่นำเรื่องไม่เหมาะสมมาถามอาจารย์ครับ  ถ้าเป็นไปได้กรุณาลบกระทู้ด้วยครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
24 ธ.ค. 48  09:24:54 น. # 4

เปล่าหรอก คุณลูกเจี๊ยบ ผมคงไม่ต้องลบหรอกครับ
คือมันป่วยการที่ผมจะไปโต้แย้งกับเขา เพราะการไปโต้แย้งกับคนที่ไม่ได้มีความรู้แม้แต่พื้นฐานของBasic physiology ลังแต่จะเสียเวลาครับ

ในห้องSaunaนั้นอุณหภูมิที่ถูกต้องจะอยู่ระหว่าง 70 -90 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิระดับนี้จะส่งผลให้หลอดเลือดทั่วทั้งร่างกายขยายตัว  ไม่เว้นแม้แต่ในกล้ามเนื้อ  ไม่เชื่อลองนอนในห้องซาวน่าสักพักแล้วลุกขึ้นยืนเร็วๆสิครับ  คุณจะพบกับอาการหน้ามืดเอาง่ายๆ ก็เพราะหลอดเลือดที่มันขยายตัวนี่แหละครับ ที่มันเอาเลือดในร่างกายไปกองเอาไว้ ทำให้เวลาที่ลุกขึ้นยืนเร็วๆ เลือดมันเลยกลับเข้าหัวใจลดลง

กรดแลคติกไม่ใช่ว่าจะถูกกำจัดหมดได้ใน 3 นาทีเสมอไปหรอกครับ  แล้วพลังงานในกล้ามเนื้อเองก็ไม่ใช่ว่าหมดแล้วจะสร้างทดแทนไม่ได้เลย  กล้ามเนื้อเมื่อหมดพลังงานจะไม่ใช่หมดแรงหดตัวครับ  แต่จะหดตัวเกร็งไม่ยอมคลายต่างหาก  เพราะกลไกการหดตัวของกล้ามเนื้อไม่ได้ใช้พลังงานจากATP  แต่เกิดจากการจับกันของActin - Myosin   แต่ในขั้นตอนของการคลายตัวของกล้ามเนื้อต่างหากที่ต้องอาศัยพลังงานจากATP    ด้วยเหตุนี้คนที่ตายกล้ามเนื้อจึงหดเกร็ง  ไม่ใช่หย่อนคลาย

อธิบายไปก็ป่วยการครับ

ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเพาะกายที่พยายามจะบอกว่าเล่นแล้วหัวใจแข็งแรง เพราะกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวขึ้นอีก   ( ได้ประโยชน์กรณีเดียวคือ เล่นเวทเทรนนิ่งในลักษณะ Aerobic weight training    ซึ่งเป็นคนละกรณีกับ Body building )   การที่กล้ามเนื้อหนาตัวขึ้นแบบนี้ ความจริงแล้วเป็นข้อเสียมากกว่าข้อดีซะอีก     การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณะของกล้ามเนื้อหัวใจในคนปั่นจักรยานแบบaerobic หรือ จ๊อกกิ้งนั้น จะแตกต่างกันกับคนที่เล่นเพาะกายอย่างสิ้นเชิง  โดยเฉพาะเรื่องของ Heart reserve ที่แตกต่างกันอีก

let him go ครับ

ลูกเจี๊ยบ
Member


เข้าร่วม : 14 พ.ค. 46
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 93 ครั้ง
24 ธ.ค. 48  13:20:45 น. # 5

ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ที่มาให้ความกระจ่างเพิ่มเติมครับ

หมูหวาน
Unregistered

[ 202.133.154.141 ]
26 ธ.ค. 48  12:22:08 น. # 6

อจ.หมอครับ อยากทราบต่อน่ะครับ เกี่ยวกับประโยคนี้ครับ


"การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณะของกล้ามเนื้อหัวใจในคนปั่นจักรยานแบบaerobic หรือ จ๊อกกิ้งนั้น จะแตกต่างกันกับคนที่เล่นเพาะกายอย่างสิ้นเชิง  โดยเฉพาะเรื่องของ Heart reserve ที่แตกต่างกันอีก"


มันต่างกันยังไงบ้างครับ เพราะผมปั่นจักรยานเยอะมาก แต่ก็อยากเฟิม ๆ หุ่นเท่ ๆ แบบนายแบบน่ะครับ เลยแบ่ง ๆ เวลาไปยกน้ำหนักบ้าง เพื่อกระชับกล้ามเนื้อ

ซึ่งผมค่อนข้างมั่นใจว่า หัวใจผมแข็งแรงเยื่ยมยอดกว่าพี่กล้ามโตในยิมหลาย ๆ ท่านเลยครับ ถ้าเทียบกันนะ เลยอยากรู้ว่า ถ้ายกน้ำหนักแบบ body builder นี่ หัวใจจะเป็นยังไงเหรอครับ แล้วจอมปั่นยิก ๆ แบบเรา ๆ นี่หัวใจจะเป็นแบบไหนเหรอครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
26 ธ.ค. 48  18:54:54 น. # 7

โดยปกติแล้วหัวใจจะมีการเปลี่ยนรูปร่างในลักษณะที่เรียกว่า"ขยายขนาด"ได้ 2 ลักษณะ
ลักษณะแรก จะพบในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง หรือ พวกที่เล่นกีฬาในลักษณะAnaerobic หนักๆ หรือ พวกเล่นBody build ที่ยกน้ำหนักมากๆ  พวกนี้กล้ามเนื้อหัวใจจะหนาตัวขึ้น เพราะเป็นการตอบสนองต่อการเพิ่มความต้านทานปลายทางที่เพิ่มขึ้น  การที่กล้ามเนื้อหนาตัวนี้ ไม่ใช่ว่าจะทำให้หัวใจแข็งแรง แต่เป็นผลปลายทางจากการฝึก  กล้ามเนื้อหัวใจที่หนามากๆจะทำให้ปริมาตรภายในห้องหัวใจเล็กลง   ในกลุ่มนักฟุตบอลอาชีพที่ขาดใจตายคาสนาม จะมีสาเหตุมาจากกรณีนี้ซึ่งเรียกว่า HOCM ( hypertrophic obstructive cardiomyopathy ) คือ กล้ามเนื้อหัวใจในส่วนใกล้ๆกับoutletของหัวใจห้องล่างซ้ายมันหนาตัวขึ้นตามการฟิตซ้อมที่ดุเดือด  และส่งผลทำให้ทางออกของเลือดมันแคบลง   ในภาวะที่ต้องการเลือดเลี้ยงหัวใจสูงสุดนั้น  ช่องทางออกที่แคบจะส่งผลทำให้เลือดออกจากหัวใจลดลง ทำให้เลือดที่เข้าไปทางหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ( อยู่ตรงขั้วหัวใจ ส่วนที่พ้นวาล์วมานิดเดียว ) ลดลงตามไปด้วย

จริงๆแล้วมันก็ไม่น่ากลัวแบบนั้นหรอกครับ  เพียงแต่ว่าการเล่นbody build ต้องระวังปัจจัยเสี่ยงหลายๆอย่าง  โดยเฉพาะเรื่องความดันโลหิตสูง ซึ่งจะต้องระมัดระวังไว้บ้าง  

นอกจากนี้ การที่กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวขึ้นมากๆ ทำให้ความต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น  และการที่ปริมาตรห้องหัวใจไม่เพิ่มขึ้นนั้น จะทำให้ความจุสำรองของหัวใจไม่ได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน

แพทย์ทางกีฬาเวชศาสตร์ของอเมริกา (ขออภัยผมลืมชื่อท่านไปแล้ว ) เคยจับพวกชายงามเหล่านี้มาวิ่งบนสายพาน  แปล๊บเดียวก็เหนื่อยลิ้นห้อยแล้ว

ลักษณะที่ 2  การขยายตัวของขนาดหัวใจ โดยการเพิ่มปริมาตรของห้องหัวใจ  จะพบในกลุ่มผู้ที่ออกกำลังกายในรูปแบบของaerobic excerciseมาเป็นระยะเวลาช่วงหนึ่ง   การเปลี่ยนแปลงของหัวใจจะเป็นไปในลักษณะที่หัวใจมีขนาดใหญ่ขึ้น  แต่ส่วนที่ใหญ่ขึ้นนั้นคือปริมาตรของห้องหัวใจ โดยที่กล้ามเนื้อหัวใจไม่ได้ใหญ่ขึ้นมากมายแบบในลักษณะแรก  การที่ห้องหัวใจมีปริมาตรเพิ่มขึ้นนั้น จะทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อหัวใจมีการถูกขยายให้ยืดยาวออก  อันจะส่งผลให้แรงบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ   ผลลัพธ์สุดท้ายคือ หัวใจบีบตัวหนึ่งครั้ง จะปล่อยเลือดออกมาในปริมาณที่มากกว่าคนทั่วไป(ที่ไม่ออกกำลังกาย )   หัวใจจึงลดอัตราการเต้นให้ช้าลง  อันจะส่งผลให้ปริมาณเลือดรวมใน1นาทีที่หัวใจส่งออกมามีค่าเท่าเดิม  ( คล้ายๆกับปั๊มลมนั่นแหละ   เอาปั๋มตัวใหญ่มา กดไม่กี่ที ยางก็เต็มแล้ว   แต่พอเป็นปั้มตัวเล็ก ตัวสั้น  กดๆซอยๆจนเมือ่ยมือ ยางก็ยังไม่เต็มสักที  นั่นแหละ )

แค่นี้ก็คงจะจบข่าวในเรื่องของความอดทน เพราะหัวใจเต้นช้าลงกว่าเดิมนี่ครับ    limitของหัวใจอยู่ที่อัตราการเต้นสูงสุด  ในเมื่อระยะพักมีอัตราการเต้นที่ช้ากว่าคนอื่นเขาอยู่แล้ว  แค่นี้คงจะไม่ต้องพูดกันต่อไปให้ยาวนะครับ  ( ยังมีคำอธิบายอีกหลายบรรทัด  แต่เอาง่ายๆย่อๆแค่นี้ก็แล้วกันครับ  เพราะต้องการพื้นฐานทางmedical physiology มารองรับด้วย ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวธาตุไฟเข้าแทรก )


หากจะเล่นเวทเทรนนิ่ง ในลักษณะสร้างความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อ  ก็ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหนักมากๆหรอกครับ  เราไม่ได้เพาะกาย  แต่เราต้องการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมากกกว่า   ยกน้ำหนักไม่มากนัก แต่จำนวนครั้งเยอะหน่อย  กล้ามเนื้อจะไม่ใหญ่มาก  ปลอดภัย และแข็งแรง  ที่สำคัญคือดูกระชับครับ

หมูอ้วน
Unregistered

[ 58.10.234.80 ]
05 มี.ค. 50  22:48:52 น. # 8

การซาวน่าช่วยลดไขมันลดความอ้วนได้หรือเปล่าค่ะ
การออกกำลังกายแบบโยคะกับการปั่นจักรยานแบบหนักที่มีเร็วช้าสลับกันและเพิ่มเกียร์หนักเบาอันไหนสามารถเผาผลาญได้มากกว่ากันค่ะ
ออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกมากดีหรือเปล่าค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
06 มี.ค. 50  07:57:14 น. # 9

ซาวน่าไม่ช่วยลดไขมันครับ แต่ทำให้นน.ลดลงได้เพราะเสียน้ำออกจากร่างกาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลยหากจะไม่ยอมดื่มน้ำทดแทน

การออกกำลังกายแบบโยคะน่าจะเป็นการออกกำลังกายในลักษณะที่คล้ายกับการเล่นเวทเทรนนิ่งเช่นกัน
แต่ขั้นตอนและลักษณะนั้นแตกต่างกัน ผลลัพธ์ปลายทางน่าจะเป็นการใช้พลังงานของกล้ามเนื้อในระดับพื้นฐานเหมือนกัน

จบด้วยการสลายไขมันมาเป็นพลังงานทดแทนแบบช้าๆ

ออกกำลังกายแล้วถ้าเหงื่อไม่ออกนี่ผิดปกติแน่ครับ  ออกกำลังกายแล้วเหงื่อย่อมออกแน่นอน มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ความหนักเบาและอุณหภูมิของอากาศ  ว่าแต่มากของคุณนี่แค่ไหนหละครับ

Kero
Unregistered

[ 203.149.16.34 ]
13 พ.ย. 50  15:56:18 น. # 10

ขอต่ออีกนิดนะครับ เรื่องระบบหายใจ
กรณีคนที่เป็นภูมิแพ้อ่อนๆ คือหายใจไม่โล่ง คล้ายอาการเป็นหวัด
จะเข้าซาวน่าแบบใดดี  และซาวน่าแบบเปียกจะทำให้ปอดชื้นได้หรือปล่าว

BlackHole
Unregistered

[ 221.128.75.82 ]
19 ธ.ค. 50  10:22:00 น. # 11

สวัสดีครับ ผมเพิ่งเข้ามายัง Web Board นี้เป็นครั้งแรก ที่เข้ามาก็เพื่อหาข้อมูล
เกี่ยวกับ ซาวน่า และ Steaming ครับ เนื่องจากว่า เพิ่งเข้าใช้ เลยอยากได้ข้อมูลว่า
ทั้งสองอย่าง ต่างกัน และ มี ข้อดี หรือ ข้อเสีย อย่างไรบ้างน่ะครับ แต่ว่าพออ่านไป
อ่านมา กลับมีสิ่งที่อยากทราบเพิ่มขึ้น คือ Weight training , Body Builder
and Whey Protein ครับ อย่างไร รบกวนผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ช่วยให้ข้อมูลด้วยครับ

ดักแด้ผยอง
Unregistered

[ 118.172.57.18 ]
21 ก.ค. 51  14:26:05 น. # 12

ผมได้อ่านกระทู้คุณหมอแล้ว มีความรุ้เรื่องซ่าวน์น่าขึ้นมาบ้าง ผมอยากขอเรียนถามคุณหมอนะครับว่า การซ่าวน์น่านั้น สามารถช่วยทดแทนการอยู่ไฟ ของสตรีหลังคลอดได้หรือเปล่าครับคุณหมอ  
ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบด้วยนะครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
21 ก.ค. 51  23:27:23 น. # 13

ว่าแต่คุณดักแด้เข้าใจว่าการอยู่ไฟหลังคลอดบุตรเป็นยังไง และทำยังไงหละครับ

patt
Unregistered

[ 125.25.89.36 ]
23 ก.ค. 51  08:02:43 น. # 14

สวัสดีครับอาจารย์ลู เข้ามาอ่านได้ความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ...ในศูนย์ฟิตเนต..เคยสงสัย และคุยกับพวกที่นิยมเล่นเพาะกายว่าทำไมไม่ชอบไปเล่นในคลาส Cycling เขาตอบว่า..กลัวกล้ามที่เพาะไว้หาย ความเห็นของผมการเล่น Cycling มันเหนื่อยสุดสุด เบิร์นไขมันดีมากๆ ...

พิม
Unregistered

[ 202.57.146.188 ]
06 พ.ค. 52  11:57:22 น. # 16

ซาวน่าช่วยลดสิวได้หรือเปล่าคะ

สายไหม
Unregistered

[ 58.136.75.150 ]
13 พ.ค. 52  15:54:14 น. # 17

การใช้โทรศัพท์มือถือในห้องซาวน่าจะทำให้เกิดอันตรายได้หรือไม่
เพราะเห็นมีบางคนใช้  ส่วนตัวกลัวว่าโทรศัพท์จะระเบิด

ขอคุณค่ะ

อ้อ
Unregistered

[ 58.8.190.85 ]
28 พ.ค. 52  23:17:03 น. # 18

ซาวน่า ถ้าเข้าทุกวันนี่จะมีปัญหาไหมคะ เพื่อนบอกว่าเข้าทุกวันหน้าจะแก่เร็ว มีวิธีแก้รึเปล่าคะ คุณหมอ
ขอบคุณล่วงหน้าที่ตอบคะ

ลาลา
Unregistered

[ 124.120.99.73 ]
12 ก.ค. 52  01:21:10 น. # 19

เป็นคนที่ออกกำลังกายแล้วเหงื่อไม่ออกเลย. คุณหมอพอจะทราบไหมค่ะว่ามีความผิดปกติหรือป่าวมีวิธีรักษาไหมคะ

0123
Unregistered

[ 58.9.25.230 ]
24 ก.ค. 52  20:22:17 น. # 20

ซาวน่าหมายถึงอะไรหรอ

cha
Unregistered

[ 118.172.26.120 ]
20 ก.ย. 52  13:57:58 น. # 22

หวัดดีคับ พึ่งเข้ามาหาข้อมูลเกี่ยวกับซาวน่าเป็นครั้งแรกคับ

อยากทราบเกี่ยวกับข้อเสียของซาวน่าบ้างครับ แล้วเราควรจะเข้าใช้บ่อยมั้ยครั้บ  ซาวน่าเป็นอันตรายต่อผิวพรรณมัยคับ

moowhan
Unregistered

[ 125.24.220.70 ]
05 ต.ค. 52  14:12:27 น. # 23

แล้วถ้าอบซาวน่าแล้วเหงื่อไม่ออกเลยนี่ผิดปกติใช่มั้ยคะเเล้วผิดยังไง ต้องแก้ยังไงช่วยบอกด้วยนะคะแอบกังวลมากๆอ่ะค่ะ

siamman18
Unregistered

[ 61.90.66.144 ]
06 ต.ค. 52  21:20:06 น. # 24

ผมรู้อย่างเดียว ซาวน่าเป็นการพักผ่อนร่างกายที่ดีมากๆ เวลาเมื่อยๆ ปวดๆ เจ็บๆ
ไปให้เส้นเลือดขยายตัว ก็หายปวดได้นิดนึง คลายได้เยอะ
ออกจากห้องซาวน่า อ.อ.น. แล้วโอ้วสบายตัวอย่างไม่รู้สึกมาก่อน
เหมือนคนไปปาย นั่งรถตู้ทั้งวัน พอได้แช่น้ำร้อนที่ปาย เท่านั้นละ "ข้ามาถึงปายละ " สบายตัวจริงๆฮ่าๆ
  และอีกอย่างเวลาผมไปภูกระดึง เดินปวดเท้ามาก เพราะรองเท้ากัด พอเจอร้านขายยาดองเท่านั้นละ ซัดไปสามเป๊ก อาการปวดทุเลาอย่างเห็นผล เดินกันฉับๆๆ จนถึงค่ายพักแรมเลยครับ สุดๆ
  อีกอย่างผมพอรู้ละเวลาทหารในหนังโดนยิงหรือเจ็บหนัก ทำไมถึงต้องฉีดมอฟีน
ก็เพราะมันไปกดประสาทไม่ให้เราปวดมากเกินไปนี่เอง อืม นี่คือประโยชน์ของยานะเนี่ย
    มีอีก ใครเป็นความดันต่ำ ให้ดื่มไวส์วันละแก้ว เพื่อกระตุ้นให้ความดันเพิ่มขึ้นครับ แค่นั้นละครับ

อ้อย นิสสัน
Unregistered

[ 114.128.113.130 ]
30 ม.ค. 53  10:47:13 น. # 26

สวัสดีค่ะ เพิ่งเข้ามาเว็บนี้  มีปัญหาที่ออกกำลังแล้วเหงื่อไม่ค่อยออก  มีแค่หน้ามันเมื่อออกกำลังไปได้1 ชั่วโมง ออกมาแล้ว3เดือน  จะทำอย่างไรดีคะ

มิเลือนรัก
Unregistered

[ 118.173.10.6 ]
31 ม.ค. 53  14:10:32 น. # 27

$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$


...มาอ่านเรื่องซาวน่า กระทู้ค้างปี


แต่ยังทันสมัยอยู่เสมอ..............


WWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWW

ด๊ฟ
Unregistered

[ 119.42.80.64 ]
10 มี.ค. 53  16:43:32 น. # 28

ซาวน่าดีต่อสุขภาพอย่างไรครับ อธิบายให้ผมเข้าใจด้วยครับ

คนรักสุขภาพ
Unregistered

[ 118.172.135.194 ]
14 มี.ค. 53  18:53:16 น. # 29

ทุกวันนี้ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันโดยการปั่นจักรยานในฟิตเนสประมาณ 45 นาที เล่นอุปกรณ์สำหรับเพาะกายอีก 15 นาที ตามด้วยซาวน์น่า อีก 20 นาที มากไปหรือเปล่า การเทน้ำในถ่านหินมากเกินไปจะมีผลอะไรหรือเปล่าค่ะ

เสือโจเชียงใหม่
Unregistered

[ 110.49.59.84 ]
15 มี.ค. 53  18:45:48 น. # 30

ไม่มีผลก็ต่อเมื่อเหงื่อเราไม่ออกแล้วมาอบซาวน่าน้อยมากที่จะมีผลดีต่อร่างกายครับ

lin
Unregistered

[ 113.53.96.116 ]
14 พ.ค. 53  18:03:03 น. # 31

ซาวน่าทำให้ผิวขาวได้ไหมคะ ตอบด้วย

เด็กน้อย
Unregistered

[ 125.25.98.164 ]
13 มิ.ย. 53  09:44:02 น. # 32

อยากถามว่า เข้าซาวน่าแปบนึงแล้วออกมาออกกำลังกายเลย
จะดีรึป่าวคะ ?

หรือว่า เข้าซาวน่าแล้ว ต้องออกมาแช่น้ำเย็นก่อน

ควรทำแบบไหนดีคะ
อยากลดความอ้วนเร็วๆ น่ะค่ะ

พอล
Unregistered

[ 88.113.98.153 ]
05 เม.ย. 54  23:24:04 น. # 33

หนูอยากรุ้ว่าถ้าเข้าทุกวันจะมีผลดีและผลเสียยังไงค่ะ
เพราะตอนนี่หนูอยูฟินแลนด์เข้าทุกวันเลย
เลยอยากรุ้ค่ะว่ามันมีผลต่อผิดหนังไหม
มันจะเปงยังไงค่ะ

นิสา
Unregistered

[ 110.49.104.158 ]
08 พ.ค. 54  16:41:39 น. # 34

ซาวน่า เดี๋ยวนี้คิดแพงมาก

นิสา
Unregistered

[ 110.49.104.158 ]
08 พ.ค. 54  16:43:26 น. # 35

มีที่ถูกๆเเนะนำไหมค่ะ
อพท.