ถามๆตอบๆ
No One Knows Everything

  125513  


จะลดกรดยูริคได้อย่างไร


schwinn
New Member


เข้าร่วม : 20 ก.พ. 46
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 38 ครั้ง
16 มี.ค. 47  10:53:18 น.

เราจะมีวิธีลดกรดยูริคในร่างกายได้อย่างไรครับป๋าลู พยายาม search ในกระทู้เก่า ๆ แล้วแต่หาไม่เจอ รบกวนหน่อยนะครับป๋าลู


นุ้ย Zenbe
Unregistered

[ 203.155.120.31 ]
16 มี.ค. 47  14:13:02 น. # 1

ของผมไปตรวจมามียูริค 10.2 ลดมาได้ 9.2 ผมใช้เวลา 2 เดือน เริ่มตั้งแต่ตุลาปีที่แล้ว ตรวจครั้งที่สองเมื่อปลายปี นัดตรวจครั้งต่อไปสิ้นเดือนนี้พอดีครับ สำหรับผมตัวเลขอาจลดลงมาน้อยแต่ผมใช้วิธีคุมอาหารโดยไม่ใช้ยา หมอบอกว่าถ้าใช้ยาจะมีผลต่อตับ ผมทราบมาว่ากรดยูริคในเลือดของผู้ชายต้องอยู่ระหว่าง 4-7 ครับ
ผมลดโดยงด เครื่องในสัตว์ทุกชนิด สัตว์ปีก ยอดผัก ผักประเภทหน่อไม้  เครื่องดื่มประเภทที่มีแอลกอฮอล์หรืออัดแก๊สต่าง ๆ  เช่น เหล้า เบียร์ น้ำอัดลม เน้นอาหาร โปรตีนจากพืช เนื้อปลา ทานน้ำเปล่า เป็นหลัก มีแอบกินน้ำอัดลมบ้าง 2-3 ครั้งในช่วงแรก ๆ หลังจากนั้นก็ไม่กินอีกเลย ตั้งแต่ตรวจเลือดครั้งล่าสุดที่ทราบ จนถึงตอนนี้ น้ำหนักเริ่มลดลงด้วยครับ เป็นผลพลอยได้จากการคุมอาหาร

อย่างไรก็รอฟังความเห็นจากป๋าลู ด้วยน่ะครับ

คุณ schwinn มีอาการปวดตามข้อด้วยหรือเปล่าครับ หรือว่านาน ๆ เป็นที 4-6 เดือนประมาณนี้ ก่อนหน้านี้ผมก็มีอาการแบบนี้ครับแต่ปวดที่ปลายเท้าเหมือนอักเสบ พอผ่านไปสัก 2-3 วันก็จะหายไป ไปหาหมอจึงทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะกรดยูริคในเลือดสูง แต่หมอบอกว่ายังไม่เป็น "เก๊า"

Healthty Bike
Unregistered

[ 203.113.60.72 ]
16 มี.ค. 47  17:43:38 น. # 2

กรดยูริค คือ อะไรครับ  มันมีหน้าที่ทำอะไรครับ

ป๋าลู
Senior Member


เข้าร่วม : 24 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 53 ครั้ง
ให้ความเห็น : 2277 ครั้ง
16 มี.ค. 47  21:12:53 น. # 3

กรดยูริค ( Uric acid ) เป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการย่อยสลายสารประกอบที่เป็นNucleic acid ซึ่งมาจากDNA และ RNA ซึ่งพูดง่ายๆว่า ถ้าหากกินอาหารที่มาจากพืชหรือสัตว์ก็ตาม ก็จะได้เซลล์ และ ผลิตภัณฑ์ภายในเซล ซึ่งก็จะต้องมีสารประกอบ Nucleic acid ร่วมด้วยเสมอ  เพียงแต่ว่ามันจะไม่ค่อยมีผลเท่าใดนัก เพราะร่างกายมีกรรมวิธีในการกำจัดมันได้เองอยู่แล้ว

ปัญหาก็คือ อาหารที่มีเซลมากๆ และที่สำคัญคือ ต้องเป็นเซลอ่อน หรือ เซลที่กำลังมีการแบ่งตัวหรือเจริญเติบโตในอัตราสูงๆ  พวกนี่ก็จะมีปริมาณของNucleic acid มากตามไปด้วย  ซึ่งก็ได้แก่ พวกยอดอ่อนของพืข  เครื่องในสัตว์ ( จริงๆก็ยังมีอีกหลายนะ ต้องไปค้นตำราหละ )

การออกกำลังกาย หรือ การทำอะไรสักอย่าง มันคงจะไม่ช่วยได้เท่ากับการควบคุมอาหารอย่างที่ตาเซนเบ้ว่าไว้แหละครับ  ยกเว้นบางคนที่มีความผิดปกติในการกำจัดกรดยูริก หรือมีความบกพร่องนั่นแหละ  มันถึงมีกรดยูริกเหลือค้างไว้เยอะ  อันนี้ก็คงจะต้องทานยาช่วยครับ

นุ้ย Zenbe
Unregistered

[ 203.155.120.31 ]
18 มี.ค. 47  08:42:02 น. # 4

ร่างกายที่มีกรดยูริคอยู่สูงครับ ก็เสี่ยงที่จะเป็น โรคเก๊าต์ (สะกดผิดขออภัยด้วยครับ) ได้ครับ อาการคือ จะปวดบวมและอักเสบตามข้อ รุนแรงมาก อาจถึงกับทนไม่ได้ อาการของผมที่ทราบว่าร่างกายมีกรดยูริคสูง คือ อยู่ ๆ ก็ปวดบริเวณปลายเท้าโดยไม่มีสาเหตุ ถึงกับเดินขาเป๋
ตอนแรกคิดว่าอักเสบเพราะเดินไปเตะโต๊ะที่บ้าน ไป X-Ray ก็ไม่เจอกว่ากระดูกแตกตรงไหน ตอนแรกนึกว่านิ้วเท้าซ้น หมอก็ตรวจดูบอกว่าไม่ใช่ หมอเขาไม่แน่ใจเลยแนะนำให้ไปเจาะเลือดตรวจ หากรดยูริค ตอนแรกก็ลังเล ปวดเท้าจะไปเกี่ยวอะไรกับตรวจเลือดฟ่ะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว ก็เลยตรวจมันซะเลย โป๊ะเช๊ะครับ เจอว่ามีกรดยูริค 10.2 เกินมาตรฐานมา 3 หน่วย นี่ก็เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดบวมที่เท้า เลยตรวจเก๊าต์ต่อ สุดท้ายหมอบอกว่า ยังไม่เป็นเก๊าต์เพราะ จับดูตามข้อต่อ จะไม่มีผลึกของกรดเกาะอยู่ตามข้อต่าง ๆ หรือกระดูกอ่อน บริเวณใบหู รักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องควบคุมอาหารที่ทานครับ ถ้ากรดกลับมาอยู่ในระดับปกติ ก็ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารให้มากขึ้น นี่เลยต้องทำให้ผมไปเจาะเลือดตรวจกรดยูริคทุก 2 เดือน เพื่อหาความคืบหน้าไงครับ

Lek-Prasit
Unregistered

[ 203.121.179.232 ]
18 มี.ค. 47  10:34:15 น. # 5

ผมเป็นมานานแล้ว...และทรมานกันเจ้าโรคเก๊านี้มามากๆๆ...ก็ต้องแสดงความเสียใจกับสมาชิกใหม่ด้วยครับ...สำหรับผู้เป็นโรคเก๊ามานานจะทราบด๊ว่า...เวลาตรวจเลือดจะต้องตรวจการทำงานของไตควบคู่กันไปด้วย...เพราะโรคเก๊าจะมีผลข้างเคียงกับไตโดยตรง ก็เพราะเจ้าผลึกครีสตรอลนี้แหละเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ไตทำงานมากขึ้น...ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเป็นผลข้างเคียงมาจากยาด้วยหรือเปล่า....

สำหรับผม...ผมไม่เคยควบคุมเรื่องอาหาร...เพราะผมคิดว่า...การบริโภคอาหารตามปกติในแต่ละมื้อ (เมนูอาหารคงไม่ซ้ำกันทุกๆมื้อทุกๆวัน) ...ปริมาณของสารอาหารต่างๆคงมีไม่มากพอที่จะทำให้เกิดปัญหาได้...ในที่นี้หมายถึง...คงไม่มีใครกินอาหารซ้ำกันทุกๆมื้อทุกๆวันหรอกครับ...แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ต้องระหวังประเภทของอาหารหน่อยก็แล้วกัน...แต่ที่แน่ๆ...ผมทานถั่วต้มไม่ได้เลย...เคยลองซื้อมาทาน 2-3 ครั้ง  ได้เรื่องทุกครั้ง...สารเคมีในร่างกายน่าจะไวกับเจ้าถั่งต้ม...อะไรทำนองนั้นครับ....คงจะต้องทำการสำรวจตัวเองว่าอะไรจะเป็นตัวเร่งปฎิกริยาที่จะทำให้โรคเก๊าในตัวเรากำเหริบครับ...อีกย่างหนึ่งคือเรื่องของความเครียดด้วยครับ...และที่แน่แท้ที่สุดก็คือ แอลกอร์ฮอล เท่าที่สำรวจตัวเองของผมมาหลายปี....แอลกอร์ฮอล...ถั่วต้ม...และ ความเครียด เป็นตัวเร่งปฎิกริยาที่เห็นผลทันตาในระยะเวลาอันสั้นเลยทีเดียว...นี้เป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นกับผมนะครับ...ส่วนกรดยูริคของผมวัดได้ที่ 11.9 สูงมากเลยทีเดียว...เกือบลืมบอกไปอีกเรื่อง....พยายามดืมน้ำเยอะนะครับ...

Lek-Prasit
Unregistered

[ 203.121.179.232 ]
18 มี.ค. 47  11:31:02 น. # 6

ขอเสริมอีกนิด...ของทานเล่น...น่าจะทำให้เกิดปัญหามากกว่าการทานอาหารหลักครับ...เราทานอาหารหลักแค่วันละ 3-4 มื้อ ในปริมาณที่จำกัดในแต่ละมื้อและระยะเวลาในการทานอาหารหลักก็คงจะมีได้ไม่มากนัก...เช่นอาหารเช้าก็ต้องรีบทานรีบไปทำงาน...อาหารกลางวัน...มีเวลาบางทีไม่ถึง 45 นาทีต้องรีบทานเพื่อที่จะกลับมาเข้างานต่อ...แต่สำหรับอาหารทานเล่น...เวลามีไม่จำกัดเลย..ทานจนเกลี้ยงสต๊อคถึงจะหยุดได้อะไรทำนองนั้น...และเป็นสารอาหารประเภทเดียวกันในจำนวนมากๆๆๆขึ้นอยู่กับสต๊อคในแต่ละครั้ง....อิ...อิ....ยกตัวอย่างเรื่อง...ถั่วต้มของผม...เป็นของทานเล่นที่ซื้อติดมือขณะเดินกลับออฟฟิตหลังทานอาหารเที่ยง....แม่ค้าหาบเล่...ตวงใส่ถุงกระดาษให้ 2-กระป๋องนมข้น (คิดดูเอาเองว่าจะมีปริมาณถั่วอยู่กี่ร้อยเม็ด) กว่าจะหยุดได้ก็เกลี้ยงถุงซะแล้ว...อิ...อิ...ผลที่ตาม...ตืนเช้ามาเดินไม่ได้...ไอ้กระดูกที่นูนๆออกมาใกล้หัวแม่โป้งที่เท้าขวา...มีอการบวมเปล่งแดง...เจ็บปวดจนเดินไม่ได้....แรกๆก็ยังไม่ปักใจเชื่อ (เดินผ่านแม่ค้าหาบเล่ขายถั่วต้มบ่อยๆ) ก็เลยลองอีก 2-3 ครั้งหลังจากที่หายจากอาการกำเริบ....ผลปรากฎออกมาเด่นชัดมากๆๆๆ...เลยต้องเลิกทานของทานเล่นประเภทนี้....แรกๆกะจะไปถ้ำกระบอกให้เขาช่วยบำบัดซะแล้ว....

schwinn(ไม่ได้ล๊อคอิน)
Unregistered

[ 203.157.95.11 ]
18 มี.ค. 47  14:15:08 น. # 7

ขอบคุณมากครับ ทุก ๆ ท่าน

ป๋าลู
Senior Member


เข้าร่วม : 24 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 53 ครั้ง
ให้ความเห็น : 2277 ครั้ง
18 มี.ค. 47  15:50:08 น. # 8

แหะ แหะ แหะ พี่เล็กครับ ถั่วต้มนี่ก็ตัวดีตัวหนึ่งเลยแหละ  เพราะเมล็ดพืช หรือเมล็ดที่พร้อมจะงอกได้เมื่อหย่อนลงดินนี่ ก็จะมีเซลที่เป็นเซลอ่อนที่พร้อมจะแบ่งตัว  พวกนี้จะมีปริมาณของNucleic acid สูงเช่นกันครับ

Lek-Prasit
Unregistered

[ 203.121.179.232 ]
19 มี.ค. 47  08:45:37 น. # 9

ป๋าลูครับ....

รับทราบครับผม....ผมเป็นคนชอบลองครับ...จะได้รู้จักร่างกายของเรามากขึ้น  รู้ว่าเขาชอบอะไร...และไม่ชอบอะไร...แต่เท่าที่สังเกตุมา....อะไรที่อร่อยๆๆ....น่ารักๆๆ...ชอบไปหมดซะทุกอย่างเลย.....เฮอ...ทำใจลำบากมากๆๆครับ....

Nero
Unregistered

[ 203.155.37.14 ]
24 มี.ค. 47  22:27:27 น. # 10

http://mail.kku.ac.th/~4311526/untitled.htm  
ตาม web ข้างบนนี้สามารถอ่านได้ครับผมก็มีอาการถ้ากิน แตงกวา,หน่อไม้ ,เม็ดมะม่วงหิมพานต์

ArEa
Unregistered

[ 202.57.168.92 ]
04 ม.ค. 49  20:24:52 น. # 11

หวัดดีปีใหม่คับ

ยัน
New Member


เข้าร่วม : 21 ส.ค. 48
เปิดกระทู้ : 2 ครั้ง
ให้ความเห็น : 6 ครั้ง
04 ม.ค. 49  22:34:52 น. # 12

ผมตรวจทุกปี ยูริกจะอยู่ที่ ประมาณ 9.8-10.2  ใกล้เคียงอยู่อย่างนี้ทุกปี(ตรวจมา 5 ปี ) ไม่ค่อยคุมอาหาร แต่ออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ น้ำหนักทรงอยู่ที่ 68-70 กก.แต่ไม่มีอาการปวดใดๆ เคยไปหาหมอ หมอบอกว่าถ้าใกล้เคียงตลอดอย่างนี้ ไม่เป็นไร ไม่ต้องกินยา กินเบียร์,เหล้าได้ มีอาการอย่างเดียวคือเมา  อยากถาม อ.ลูว่า  สภาพอย่างนี้ถือว่าปกติหรือไม่ครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
05 ม.ค. 49  06:51:31 น. # 13

ระดับuric ในเลือด อาจจะไม่ได้สัมพันธ์กับอาการของเก๊าท์ก็ได้ครับ
บางคนสูงแต่ยังไม่มีอาการก็มี  ขึ้นกับความสามารถในการละลายของเกลือuricในน้ำเลี้ยงข้อ (หรือ ในปัสสาวะ )ครับ   ถ้าหากมันอิ่มตัวจนถึงขั้นover saturated มันก็จะตกผลึกอยู่ในข้อ  (หรือ กลายเป็นนิ่ว)ได้ ครับ

คุมอาหารหน่อยก็แล้วกัน

เอกลักษณ์ครับ
Unregistered

[ 58.9.57.161 ]
26 พ.ค. 49  12:13:53 น. # 14

ขอถามคุณหมอกับพี่ๆครับผมตรวจเลือดมา3ครั้งแต่ละครั้งห่างกันประมาณ4-5สัปดาห์ ได้ผล9.5,9.0,9.5 ตามลำดับครับ คุณหมดนัดอีกทีพรุ่งนี้ครับ27/5/49จะตรวจเลือดอีกทีแต่เห็นว่าจะตรวจไตด้วยครับ ผมอยากทราบว่ามีวิธีทานอาหารอะไรที่จะช่วยลดให้กรดยูริคเนี่ยต่ำลงจนถึงเกณฑ์4-7ได้บ้างครับเพราะอาหารที่มีความเสี่ยงเช่น สัตว์ปีก,เครื่องใน,ถั่ว เท่าที่หมอบอกผมไม่ค่อยได้ทานแทบจะไม่ได้ทานเลยแต่ไม่ทราบว่าทำไมมันยังสูงอยู่อีก แต่ผมไม่มีอาการปวดตามข้อหรืออื่นๆเลยน่ะครับ กรรมพันธ์ก็ไม่มีคุณพ่อ-แม่ไม่เกินเกณฑ์เลยครับ ผมได้ยินว่าเด็กเกิดก่อนกำหนดไตจะทำงานได้ไม่100%จริงป่าวครับผมเกิด 7เดือน รบกวนหน่อยน่ะครับเล่าซะยาวเลย

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
26 พ.ค. 49  22:12:58 น. # 15

ไม่เกี่ยวกับคลอดก่อนกำหนดครับ  คลอดก่อนกำหนด มันก็มาโตครบได้ในภายหลังเหมือนกันแหละ

อาหารก็เลี่ยงสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นแหละครับ  อ่านทบทวนดูใหม่อีกครั้งก้เข้าใจครับ

หมอ บ้านนอก
Unregistered

[ 61.7.129.59 ]
11 มิ.ย. 49  13:55:11 น. # 16

ถึง  lucifer อาการเก๊าเราจะตรวจเลือดหา uric acid ถ้ามากเกินกว่า 5-7  มิลลิกรัมเปอร์เซ็นครับ ถือว่าต้อง observe

หมอบ้านนอก
Unregistered

[ 61.7.129.59 ]
11 มิ.ย. 49  13:57:05 น. # 17

ยาที่หมอให้ไปคือบรรเทาเท่านั้นนะ อยู่ที่การควบคุมอาหารครับ

หมอบ้านนอก
Unregistered

[ 61.7.129.59 ]
11 มิ.ย. 49  13:58:38 น. # 18

ผมเจอ case บาง case are liver cancer

หมอบ้านนอก
Unregistered

[ 61.7.129.59 ]
11 มิ.ย. 49  14:09:32 น. # 19

ไม่รู้ว่าพี่   lucifer เป็นหมอเปล่านะ..ผมจะไปเรียนต่อที่ harvard ครับ http://www.hms.harvard.edu/dms/virology/index.html

ชูเวช เดชดิษฐรักษ์
Unregistered

[ 203.107.198.45 ]
12 ก.ค. 49  23:04:32 น. # 20

ผมอยู่ ม.ฉี่แต่ "กูเกิ้ล" ดลบันดาลให้เข้ามาในเว็บนี้...ท่านหมอ...ที่เขาเรียกหมอลูครับ...ผมอยากทราบว่าท่านพอจะชวยอธิบายว่าด้วยเรื่องกรดยูริคภาษา(เด็กม.4)บ้านๆได้หรือไม่ครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
13 ก.ค. 49  13:58:18 น. # 21

แหะ แหะ แหะ  ก็อธิบายไปแล้วหนะนะ  ถ้าขืนพูดแบบบ้านๆ ก็อ่านที่น้องๆเขาว่ากันข้างต้นแล้วกัน

ก็อย่างที่บอกไว้หนะครับ การที่กรดยูริคสูง อาจจะไม่ได้มีอาการของโรคเกาท์ก็ได้  เพราะว่าตราบใดที่กรดยูริคยังละลายอยู่ได้ดี ไม่มีการตกผลึกออกมา ก็ยังไม่เกิดอาการ  แต่นั่นแหละ ถ้าเจาะเลือดแล้วสูงก็ต้องobserve  คงไม่มีหมอคนไหนบอกให้คนไข้ประมาทหรอกครับ  55555

" กรดยูริกผม 9.0 mg/dl  (หรือ 9.0mg % ) แล้วผมจะเป็นgoutไหมเนี่ย ยังไม่มีอาการปวดข้อเลย  นิ่วก็ยังไม่มี" ถ้าเจอคนไข้หัวหมอมาถามแบบนี้  ขืนตอบไปว่า"โอววว สบายใจได้ครับ ยังไม่มีอาการก็แปลว่ายังไม่เป็น!!!!!!! " แบบนี้ก็ตัวใครตัวมันนะครับ

เพราะผมจะตอบว่า "อาการของโรคเกาท์อาจจะไม่ได้สัมพันธ์กับระดับของกรดยูริคในเลือด  แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะปลอดภัยนะ เพราะว่าเมื่อมันสูง มันก็มีโอกาสที่จะตกผลึกลงไปอยู่ในเนื้อเยื่อต่างๆได้  เช่น อาจจะตกผลึกอยู่ในน้ำเลี้ยงข้อ หรือ เนื้อเยื่อบริเวณรอบๆข้อ หรือเอ็นก็ได้   ประเหมาะเคราะห์ร้าย ก็อาจจะตกผลึกเป็นนิ่วยูริคในทางเดินปัสสาวะก็ได้    นั่นหมายความว่าคุณจะต้องคุมอาหารอย่างเคร่งครัด และควรจะต้องหมั่นตรวจเลือดดูเป็นระยะ"

"แล้วผมควรจะรับประทานยาไหม???  หรือต้องรักษาเฉพาะอย่างไร "
" เอางี้ หมอจะส่งคุณไปพบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางระบบข้อ หรือ หมอรูมาโต จะเป็นการดีที่สุด  เพราะคุณยังมีอีกหลายอย่างที่ควรจะได้รับทราบโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญ"

ครับ  สมัยนี้ก็ต้องตอบกันเช่นนี้   เพราะสัมพันธภาพอันดีระหว่างแพทย์กับคนไข้ นับวันมันจะหายากขึ้นเรื่อยๆ  เรื่องบางเรื่องที่มีผู้ที่เขาชำนาญเฉพาะทางจริงๆ  และเรารู้จักหรืออยู่ใกล้  ก็ควรหยิบยื่นโอกาสนี้ให้แก่ผู้ป่วยไปเถอะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
13 ก.ค. 49  14:02:24 น. # 22

to น้องหมอบ้านนอก

พี่ทำงานอะไร อ่านที่พี่เขียนก็น่าจะเดาออกนะ
ถ้าไปต่อharvardได้  ก็ยินดีด้วยครับ  กลับมาเป็นอจ.รร.แพทย์ มีสง่าราศรีดี 55555   สมัยนี้อยู่รร.แพทย์แล้วไม่เคยไปชุบตัวที่เมืองนอกหนะ อย่าอยู่เลย พูดอะไรไปใครเขาก็ไม่ฟัง  สังคมในรร.แพทย์มันก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว

เจริญ
Unregistered

[ 58.136.142.47 ]
04 ม.ค. 50  23:15:12 น. # 23

ถ้ามีอาการบวมที่หัวเข่าด้วยหล่ะครับ

เจริญคนเดิม
Unregistered

[ 58.136.142.47 ]
04 ม.ค. 50  23:17:17 น. # 24

ลืมไปว่านั่งคุกเข่าไม่ได้ด้วยหล่ะครับ

เจริญคนเดิม
Unregistered

[ 58.136.142.47 ]
04 ม.ค. 50  23:17:34 น. # 25

ลืมไปว่านั่งคุกเข่าไม่ได้ด้วยหล่ะครับ

เจริญคนเดิม
Unregistered

[ 58.136.142.47 ]
04 ม.ค. 50  23:17:58 น. # 26

ลืมไปว่านั่งคุกเข่าไม่ได้ด้วยหล่ะครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
05 ม.ค. 50  22:03:20 น. # 27

ไปหาหมอกระดูกตรวจดูก่อนดีกว่าครับ  เพื่อจะได้ให้การรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมได้ทันการ

เจริญ
Unregistered

[ 58.136.142.47 ]
06 ม.ค. 50  22:05:53 น. # 28

ถ้าไปหาหมอกระดูกจะบอกหมอว่ามาตรวดหาอะไรดีหล่ะครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
07 ม.ค. 50  12:20:59 น. # 29

ก็มาตรวจเข่าที่ปวดบวม จนนั่งคุกเข่าไม่ได้ไงครับ

คนอยากรู้
Unregistered

[ 58.8.84.248 ]
05 ก.พ. 50  20:02:37 น. # 30

อยากรู้ว่า การรู้สึกหายใจไม่ทั่วปอดมาเป็นเวลานานอาจเกี่ยวกับ โรคหัวใจ มั๊ยครับ เพราะคุณพ่อผมก้อเคยเปนโรคหัวใจ แล้วเกี่ยวกับพันธุกรรมรึเปลาครับ หรืออาจเกี่ยวกับการสูบบุหรี่หรือไม่ครับ

มอนน่า
Unregistered

[ 210.213.22.194 ]
07 มี.ค. 50  19:17:22 น. # 31

กรดยูริค เนี่ยตรวจจาก ปัสสาวะได้หรือเปล่าคะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
08 มี.ค. 50  07:07:35 น. # 32

กรดยูริค ตรวจได้ โดยการเจาะเลือดครับ

เมียเสือ tik
Unregistered

[ 203.209.113.104 ]
11 มี.ค. 50  12:03:26 น. # 33

อยากทราบว่าปัจจุบันนี้ดิฉันได้คลอดลูก และให้นมลูกเป็นเวลา 5 เดือนแล้ว จะมีอาการปวดตามข้อเท้าและหลังเวลาค่ำ ๆ เสมอ ดิฉันน่าจะขาดแคลเซี่ยม หรือเปล่า หรือเป็นอาการของคนที่มีกรดยูริคสูงควรไปเจาะเลือดตรวจดีไหม

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
11 มี.ค. 50  18:55:43 น. # 34

อาจจะไม่ใช่ทั้งคู่ครับ  อยากให้ไปพบแพทย์ตรวจดูก่อนจะดีที่สุดนะครับ

ประยงค์ กลิ่นสุคนธ์
Unregistered

[ 125.26.3.128 ]
19 เม.ย. 50  05:27:39 น. # 35

ดิฉันอ่านหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ  เขาเขียนว่า    การกินผักงอก   เช่น
ถั่วเขียวงอก    งางอก   คะน้างอก    ฯลฯ    มีประโยชน์    เลยทดลองเพาะ
ผักงอกรับประทาน   แต่กลัวว่าผักงอกจะมีกรดยูริคเยอะ   จึงขอเรียนถามว่า
ว่า   ในผักงอกดังกล่าวมีกรดยูริคเยอมะากไหม   ถ้ารับประทานทุกวันหรือเกือบทุวัน   จะทำให้กรดยูริคสูงไหมคะ    ดิฉันเอามาปั่นกินค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
19 เม.ย. 50  07:55:25 น. # 36

ในผักงอก ยอดผัก หรือ ส่วนของสิ่งมีชีวิตที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จะมีเซลมากครับ พวกนี้จะเป็นต้นกำเนิดของกรดนิวคลีอิก และปลายทางจะให้กรดยูริกเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

คนอยากรู้
Unregistered

[ 61.19.65.207 ]
09 มิ.ย. 50  08:47:47 น. # 39

กาแฟมีกรดยูริคไหมค่ะ

ลุงงะ
Unregistered

[ 58.8.186.80 ]
25 มิ.ย. 50  23:32:14 น. # 42

gpujp,เยี่ยมครับท่าน

ผมเอง
Unregistered

[ 58.9.231.111 ]
08 ก.ค. 50  20:27:42 น. # 44

แล้ววุ้นเส้นทานได้หรือเปล่าครับ ใครก็ได้ช่วยตอบที

tawat
Unregistered

[ 125.27.216.38 ]
06 ส.ค. 50  05:45:55 น. # 45

ผมurik 7.7 เป็นเกาต์ เดินไม่ได้ตอนกลางคืน แพ้กาแฟมาก เป็นนักวิ่ง ขณะนี้ กินยาลดกรด และรักษาเกาต์ รพ.ศิริราช อยู่ ทำไงดีครับ อยากกลับมาวิ่งอีก

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
06 ส.ค. 50  11:07:59 น. # 46

รักษาตัวไปก่อนเถอะครับ  

การวิ่งทำให้ข้อเข่า ข้อเท้า ต้องรับภาระมากขึ้น  ขนาดปวดจนเดินกลางคืนไม่ได้  ผมว่าลืมเรื่องวิ่งแล้วเปลี่ยนมาว่ายน้ำแทนดีกว่า   อย่างน้อยก็ยังได้ออกกำลังกายต่อเนื่องได้ โดยไม่ต้องรับภาระน้ำหนักที่กดลงมาบนข้อ

หลาน
Unregistered

[ 203.209.37.14 ]
20 ส.ค. 50  13:47:04 น. # 47

คุณย่าเป็นเกาท์ รังนก , กาแฟ ทานได้มั้ยคะ

kiat
Unregistered

[ 202.151.6.35 ]
21 ส.ค. 50  09:00:15 น. # 48

มีวิธีการสังเกตุอย่างไรครับว่ามีกรดยูริคเกินหรือไม่นอกจากการเจาะเลือด จาก ค.ห.ต่างๆส่วนใหญ่จะเกิดอาการเจ็บข้อเท้าตรงหัวแม่เท้า แต่ 2-3 วันมานี้ ผมมีอาการปวดตรงข้อนิ้วมือในตอนตื่นนอนต้องขยับกำมือแล้วปล่อยหลายๆครั้งจึงจะหาย เลยสงสัยว่าจะมีกรดยูริคเกินหรือเปล่า หรือผมกินเม็ดมะม่วงหิมพานมากไปเพราะชอบมาก ปกติขี่จักรยานวันละ 30-40 ก.ม.ช่วงนี้ฝนตกเลยไม่ค่อยได้ขี่

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
21 ส.ค. 50  15:45:29 น. # 49

การเจาะเลือดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการให้คำวินิจฉัยครับ  เพราะกลุ่มอาการปวดข้อมีด้วยกันหลายโรค

Ohyho
Unregistered

[ 210.1.7.12 ]
24 ส.ค. 50  17:05:16 น. # 50

พ่อเป็นเกาต์ ไม่อยากให้กินยาที่เป็นสารเคมีมาก ไม่ทราบว่ามีสมุนไพรอะไรบ้างที่สามารถรักษาเกาต์ได้

ไม้
Unregistered

[ 125.26.82.4 ]
26 ส.ค. 50  20:28:01 น. # 51

ดิฉัน กำลังหาข้อมูล ด้วยพี่สาวคาดว่าเป็นโรคเก๊า เพราะมือบวม ปวดตามข้อนิ้วมือ ได้ทราบข้อมูลหลายอย่าง ขอขอบคุณทุกท่านที่ถาม ตอบกัน เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมาก

น้องแนน
Unregistered

[ 203.113.80.12 ]
01 ก.ย. 50  22:05:40 น. # 52

คนที่เป็นโรคเก๊าดื่มน้ำชาได้ไหมค่ะ

kiat
Unregistered

[ 202.151.6.35 ]
03 ก.ย. 50  08:55:07 น. # 53

มีข้อสงสัยขอถามป๋าลูหน่อยครับ เก๊ากับรูมาตอย นี่เหมือนกันมั๊ยครับ ดูเทปบันทึกภาพ"มิตรภาพบนหลังเสือ"แล้วเห็นคนที่เป็นรูมาตอยทรมานมากกับความจ็บปวด บอกว่าเหมือนกับมีดอกสว่านมาไชตามข้อ ปัจจุบันตื่นนอนตอนเช้ารู้สึกขัดๆที่ข้อนิ้วชี้ทั้ง 2 ข้าง ต้องดัดให้ลั่นดังเป๊าะแล้วจะหาย แต่ก็ไม่ได้ปวดมากมายอะไร ที่ถามเพราะกลัวว่าจะเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเก๊าหรือรูมาตอย

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
03 ก.ย. 50  12:54:41 น. # 54

เป็นคนละโรคกัน
Gout มีสมมติฐานของโรคจากปริมาณกรดยูริคที่สูงจนตกผลึกในน้ำเลี้ยงข้อ
Rheumatoid มีสมมติฐานของโรคจากสภาวะภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง

kiat
Unregistered

[ 202.151.6.35 ]
04 ก.ย. 50  08:27:53 น. # 55

จากที่อ่านผ่านๆมาบอกว่าพวกตัวอ่อนกินเข้าไปแล้วจะมีกรดยูริคมาก แล้วไข่จะรวมอยู่ด้วยมั๊ยครับ เพราะกินแทบทุกวันเลย พอหาอะไรไม่ได้ก็ไข่เจียวเป็นอาหารหลัก บางทีก็มาม่าใส่ไข่

อสูรบูรพา
Unregistered

[ 125.27.106.83 ]
04 ก.ย. 50  15:52:41 น. # 56

ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยยูริคขึ้นถึง 10.5 และขึ้นๆลงๆอยู่  เป็นเวลานาน 2-3 ปี โดยเริ่มแรกเป็นไขมันในเลือดสูง  หมอให้ทานยาควบคุม และควบอาหาร  ต่อมาเมื่อพบยูริกก็ให้ทานยาลดยูริก  ระหว่างนั้นยังดื้อดื่มเบียร์ เหล้า อยู่   ปรากฏว่ายูริกขึ้นลงไม่แน่นอน แต่แนวโน้มเพิ่มขึ้น  จนกระทั่งได้อ่าน หนังสือประสบการณ์จากภูมิปัญญาชาวบ้านในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ โดย นายศุภกิจ  นิมมานนรเทพ อดีตรองอธิบดีกรมทะเบียนการค้า ฯ   โดยท่านแนะนำให้ดื่มนำเปล๋าวันละลิตร รักษาโรคเก้าท์ เพราะผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่ดื่มน้ำน้อยมาก ( ไม่รวมน้ำชา กาแฟ น้ำอัดลม เบียร์ เหล้า โซดา  บางคนคิดว่าดื่มของพวกนี้แล้วไม่ต้องดื่มน้ำ)จึงไม่มี น้ำ h2o ไปช่วยให้กรดยูริคเจือจางลง  ช้ำร้ายอาหารที่บริโภคเข้าไปแต่ละมื้อ อาจช่วยสร้างกรดยูริกเพิ่มขึ้นในกระแสเลือดอีก ดังนั้นจึงเจ็บป่วยเรื้อรังอยู่ไม่รู้จักหาย   จึงให้ดื่มนำเปล่าๆเพิ่มขึ้นต่างหากวันละ 1 ลิตร   ผมจึงได้นำมาปฏิบัติ โดยดื่มนำมากๆประมาณ   2-3  ลิตร  และไม่ยอมทานยาที่หมดให้มา(ยาลดยูริก) ต่อมาอีก 2 เดือน ไปตรวจปรากฏว่าลดลงระดับปกติ  หมองงมาก คิดว่ายาที่ให้ไปได้ผล  ผมก็ไม่บอกความจริง หมอจึงสั่งให้ทานยาลดยูริกต่อไป  แต่ผมไม่ได้ทานเลย  จนกระทั่ง 2 เดือน ผ่านไป  ตรวจเลือดอีกครั้งเหลือเพียง 4 เท่านั้น  ผมจึงเล่าให้หมอฟังว่าผมไม่ได้ทานยามมาเป็นเวลา 4 เดือน แล้ว  เพียงแต่ดื่มนำมากวันละ 2-3 ลิตร   หลังจากนั้นผมไม่เคยมียูริกสูงอีกเลย  แต่ข้อสำคัญ ท่านต้องระวังเรื่องอาหารต้องห้าม ด้วย  เช่น เครื่องในสัตว์ เพราะมีไขมันมาก  ดังนั้น อาหารอะไรที่เป็นมันๆก็ให้งดเสีย ทางผักผลไม้มากๆ  ผักที่ห้ามก็อย่าไปทาน   ขอให้ท่านที่เป็นเก้าท์ หายเร็วๆทุกคนนะครับ

kiat
Unregistered

[ 202.151.6.36 ]
04 ก.ย. 50  16:15:23 น. # 57

จะทดลองดื่มดูครับ ขอบคุณที่แนะนำครับ

เสือหงอย
Unregistered

[ 125.24.111.39 ]
05 ก.ย. 50  13:27:22 น. # 58

ผมก็เป็น ขอบคุณครับ

พงษ์
Unregistered

[ 124.157.162.249 ]
19 ก.ย. 50  09:25:01 น. # 59

ขอถามพี่ๆ ครับ จำพวกงาดำ งาขาว มีกรดยูริคไหมครับ

ชัย..uric9
Unregistered

[ 125.24.239.4 ]
19 ก.ย. 50  09:55:54 น. # 60

คุณอสูรบูรพาครับ..ขอบคุณมากครับ..แต่อยากรู้เพิ่มว่ายังดื่มเบียร์ เหล้า ได้เหมือนเดิมหรือต้องงดด้วยครับ..ขอบคุณครับ
ปล.วุ้นเส้นกับน้ำเต้าหู้ทานได้ทั่วไปหรือควรงดครับ..ถามหมอลูด้วยครับ..ขอบคุณครับ

toam2000
Unregistered

[ 125.24.181.98 ]
04 ก.พ. 51  16:44:47 น. # 61

ในไข่มีกรดยูริคหรือเปล่าคับ

vit
Unregistered

[ 124.120.238.33 ]
01 มี.ค. 51  21:51:23 น. # 62

คุณลูซิเฟอยังไม่ใด้บอกเลยว่าคนเป็นเก๊าดืมกาแฟใด้มั้ยคับ
เห็นมีถามมาก็หลายคนผมเองก็อยากรู้จากสมาชิกเกาต์กว่า 10 ปี
[???

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
03 มี.ค. 51  14:10:02 น. # 63

จากการศึกษาพบว่า การดื่มกาแฟในขนาดปกติไม่มีผลต่อระดับของกรดยูริคครับ  แต่จะทำให้ระดับของกรดยูริคในเลือดลดต่ำลงได้เมื่อดื่มอย่างน้อย 5-6ถ้วยต่อวัน    ไม่ได้บอกเหมือนกันนะครับว่ากลไกมันเป็นอย่างไร  ไม่รู้ว่าเกิดจากการกระตุ้นให้ปัสสาวะเพิ่มขึ้นหรือเปล่า

ในขณะที่น้ำชาไม่มีผล

แต่ soft drink ที่มีส่วนผสมของน้ำตาล fructose จะมีส่วนในการทำให้ระดับของกรดยูริคในเลือดเพิ่มขึ้นได้

สาวฟิชชิ่งปาร์ค
Unregistered

[ 202.149.25.225 ]
08 มี.ค. 51  15:06:02 น. # 64

มีอาการปวดข้อนิ้วมือทุกๆเช้า กำมือไม่ได้เลย ก้อสงสัยว่าจะเป็นกรดยูลิคในเลือดสูงเหมือนกัน

beau
Unregistered

[ 125.25.147.125 ]
09 มี.ค. 51  00:21:57 น. # 65

บังเอิญเจอบอร์ดนี้ มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ
เพราะกำลังสงสัยอยู่เหมือนกันว่า กรดยูลิคคืออะไร พอมาอ่านบอร์ดนี้ ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลยค่ะ
แต่ก็มีข้อสงสัยเหมือนกันค่ะ ว่างาดำงาขาว รวมถึงไข่ไก่ มีกรดยูลิคสูงหรือเปล่าคะ?
แล้วคนที่มีกรดยูลิคในเลือดสูง มีวิธีการกินอาหารอย่างไรบ้างเพื่อให้กรดยูลิคในเลือดลดลงบ้างคะ
เพราะคุณแม่ไปเช็คเลือดมาแล้วหมอแจ้งว่ามีกรดยูลิคในเลือดสูงมาก ทำให้ปวดตามข้อ โดยเฉพาะบริเวณหัวเข่า

รบกวนของคำแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

JBN
Unregistered

[ 118.173.251.21 ]
04 เม.ย. 51  09:34:13 น. # 66

บอร์ดนี้ดีมากครับเห็นด้วย ผมมีระดับยูริค 9.2 กำลังหาทางลดอยู่ จะทดลองดืมน้ำเปล่าวันละ 2-3 ลิตร ดูว่าจะดีขึ้นหรือไม่
เคยอ่านพบว่า ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำร่วมกับการดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำหมานจะทำให้มีระดับยูริคสูงขึ้นเหมือนกันและยังจะมีไตรกรีเซอรายด์ สูงตามด้วย ผมเข้า Case นี้เลยเพราะปกติไม่ชอบทานเครื่องในสัตว์อยู่แล้ว เขาว่าเป็นเพราะฟรุ๊ตโตสและซูโครสเป็นต้นเหตุ ทำให้กระตุ้นร่างการที่กำลังเพลียหลังออกกำลังกายผลิตยูริคเข้าไปในกระแสเลือดมาก

ส.จ. อุดรครับ
Unregistered

[ 125.26.171.15 ]
17 เม.ย. 51  22:13:31 น. # 67

ผมมีความสงสัยว่า  ผมจะเป็นโรคเกาท์หรือเปล่า เพราะอาการ มันเหมือน ใบร์อด ครับ ..คือว่า  ผมมีอาการปวด ตามข้อมือ มานานเกือบ เป็นปีแล้วครับ  ทั้ง ซ้าย+ ขวาเลยครับ..
ขอบพระคุณครับ  บร์อดนี้มีประโยชน์มากครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
18 เม.ย. 51  02:26:23 น. # 68

ถ้าสงสัยว่าจะเป็น แนะนำไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจจะเป็นการดีที่สุดครับ

กาก้า
Unregistered

[ 58.137.94.2 ]
27 พ.ค. 51  12:35:27 น. # 70

ไปตรวจเลือดมาค่ะ ผลออกมาว่ากรดยูริคสูงถึง 209 แน่ะ (ทำไมมันเวอร์ได้ขนาดนั้น) ช่วงนี้ก็มีปัญหาเรื่องปวดหลัง และปวดหัวเข่า แต่ยังเดินได้ วิ่งได้ปกติอยู่ค่ะ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

ปล. ที่ข้อไกล้ๆกับนิ้วหัวแม่เท้าก็มีนูนๆ ออกมาด้วย แต่ว่านี่เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้วนะคะ เป็นกรรมพันธุ์ พี่สาวกับป้าก็เป็นแบบเดียวกัน

วิท
Unregistered

[ 203.146.145.186 ]
30 พ.ค. 51  11:40:28 น. # 71

อยากทราบว่า น้ำนมถั่วเหลือง พวกเต้าหู้ต่างๆ เหมาะกับคนเป็นโรคเก๊าท์รึปล่าวครับ ?    แล้วปรกติจะมีวิธีทดแทนโปรตีนจากทางไหนได้บ้างที่เหมาะสม นอกจากแค่ทานนม ไข่

prettyinpink
Unregistered

[ 203.155.165.25 ]
19 มิ.ย. 51  09:28:25 น. # 72

สวัสดีคะ ทุกท่านที่เข้ามาในเวป กรดยูริค จะมีเยอะในอาหารประเภทเนื้อสัตว์คะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอาหารประเภทน้ำต้มกระดูก ยิ่งผ่านการต้มมามากเท่าไหร่ กรดยูริคก็จะยิ่งสูงมากตามไปคะ ปกติค่าในเลือดจะไม่เกิน 5.7 นะคะ ถ้ายิ่งมีสูงมากก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกาท์มากขึ้นคะ ในผักประเภท แตงกวา ชะอม กระถิน ก้อจะมีเยอะคะ

ต้นไม้ผู้หวังดี
Unregistered

[ 203.152.25.11 ]
24 มิ.ย. 51  22:26:19 น. # 73

ออกกำลังรับรองหายหมดแต่ต้องอดทนหน่อยช่วงแรกจะกินยาลดด้วยก็ได้กินให้ต่อเนื่องไม่เช่นนั้นอาจมีอาการดื้อยาได้   ลดยอดผักทุกชนิด เนื้อสัตว์ หน่อไม้  โชคดีทุกคน

ช่วยแนะนำทีนะครับ มืด8ด้านเลย
Unregistered

[ 58.64.66.63 ]
09 ก.ค. 51  03:16:16 น. # 74

ตอนนี้ผม อายุประมาณ23 น้ำหนัก เยอะ และกรดยูลิค สูง ช่วงแรกๆ เป็นโรคเก้าท บ่อยมาก
บางครั้งเป็น2 อาทิตย์ครั้งก็มี เป็นแต่ล่ะที่ ปวดทรมานแสนสาหัส มากเดินไปเข้าห้องน้ำบางทียังเดินไปไม่ได้ แต่ได้มีการ ทานยาติดต่อกัน ก็ จะหายจากอาการทรมาน เจ็บปวด แล้ว การปวดข้อเท้า ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ว่า มาพักหลังๆ นี้ ข้อเท้า เริ่มกลับไม่เป็นเหมือนเดิม เดินมากๆ แล้วมีอาการเจ็บแปล๊บ ทั้ง 2 ข้าง ไปตรวจ มา สดๆร้อนๆ กรด ยูลิค11                         อยากให้ช่วย แนะนำในการดำรงชีวิตทีครับ
พวกสัตว์ปีก เหล้า เบียร์ ไม่กินอยุ่แล้ว แต่บางที ก็ เกิดอาการขึ้นมาดื้อ ๆ แล้วการที่ผม อายุน้อย ไปหาหมอ หมอก็ไม่เชื่อว่าเป็น ต้องตรวจเลือดมาเจอกรด แล้วถึงเชื่อ ตอนนี้กินยาตามที่หมอสั่งอยู่ ออกกำลังกายวิ่งก็ไม่ได้ เตะบอลก็ไม่ได้ ว่ายน้ำ ก็ลำบากอีก ช่วยทีแนะนำทีนะครับ ผมมืด8 ด้านไปหมด ไปเรียนก็ลำบาก

totoro
Unregistered

[ 222.123.208.175 ]
09 ก.ค. 51  14:27:21 น. # 75

สวัสดีเพื่อนร่วมชะตากรรมทุกท่านครับ
ผมก็เป็นคนนึงที่หมอวินิจฉัยแล้วว่าเป็น เกาท์ ในขณะที่ผมอายุ 24 ปี(ตรวจเมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมา)
ก่อนที่ผมจะมาพบบอร์ดนี้ผมพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารสำหรับคนที่เป็นโรคนี่ครับ
แต่ไม่ค่อยพบเลย
คือผมดันเกิดคิดว่า ในร่างกายมี กรดยูริคสูง แล้วจะมีอาหารที่กินแล้วทำปฏิกิริยากับกรดแล้วทำให้กรดหายไปรึปล่าว เพราะที่รู้มาให้ทานอาหารที่มีพิวรีนต่ำๆ แต่ไม่มีข้อมูลอาหารที่สามารถลดกรดยูริคได้ แค่ความคิดเฉยๆ น่ะครับ เหอๆ
ตอนนี้ได้ยามาชุดนึง บอกตรงๆว่า ไม่อยากกินและไม่ค่อยเชื่อใจในยาสักเท่าไร แม้หมอจะให้มาก็เถอะ (แต่ก็กิน และห่วงว่าจะส่งผลอะไรในระยะยาวรึปล่าว)ตอนนี้กำลังหมกมุ่นเกี่ยวกับเมนุอาหารที่กินได้อยุ่น่ะครับ ใครมีอะไรแนะนำก็ช่วยแนะนำด้วย เพราะที่ผมเห็นก้มีแต่กินไม่ได้ทั้งนั้น อะไรก็กินไม่ได้นี่ ทุกข์ใจนะครับ หุหุ
ขอให้ทุกท่านผ่านพ้นความทรมานด้วยกันนะครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
11 ก.ค. 51  08:08:40 น. # 76

ลองอ่านทบทวนย้อนหลังที่เคยให้ความเห็นไว้ตั้งแต่ช่วงแรกๆนะครับ

โรคภัยไข้เจ็บมันมีสาเหตุมาจากหลายอย่างนะครับ เช่น หาเรื่องใส่ตัวเอง , ความเสื่อมของสังขาร , ฝังอยู่ในสายเลือด ( กรรมพันธุ์ , แปลว่ากรรมอันเกิดมาจากเผ่าพันธุ์ กระมัง ) , วิบากกรรม

บางอย่างก็แก้กันได้ที่สาเหตุ บางอย่างก็แก้สาเหตุไม่ได้อย่างโรคที่เกิดจากการเสื่อมของสังขาร หรือมีกรรมพันธุ์มาเกี่ยวข้องด้วย

เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย  อย่าเกรงใจหมอที่ให้การรักษามากนักครับ  อยากทราบอะไรก็ถามซะให้สะใจ จะได้แนวทางในการปฏิบัติตัว   การมาขอความคิดเห็นในกระดานข่าว บางครั้งผมก็อาจจะช่วยได้ แต่บางครั้งข้อมูลก็น้อยเกินกว่าจะช่วยได้เช่นกัน

อโรคยา ปรมา ลาภา ครับ

nan
Unregistered

[ 125.25.208.119 ]
27 ก.ค. 51  10:18:49 น. # 77

ผมก็เป็น เก๊าต์ กรดยูริก สูง ถึง 11 มีอาการปวดตรงหัวแม่ป้งนี้วเท้าด้านขวาเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เป็นบวมแดง ปวดจนแทบทนไม่ได้ ไม่ค่อยดูแลสนใจสุขภาพสักเท่าไหร่ ยังทานเหล้า เบียร์อยู่เป็นประจำ เข้าพรรษานี้ผมลองหยุด เหล้า เบียร์ ดูสักระยะหนึ่งว่ากรดยูริกจะลดลงมั่ยอาการปวดจะลดลงมั่ยถ้าเกิดว่าลดลง กะว่าจะเลิกทานเลย  ตอนนี้ทานยาช่วยให้ไตทำงานดีขึ้น วันละ 1 เม็ดครึ่ง

       ตอนนี้อยู่เฉยๆ ไม่ได้ออกกำลัง..
            อยากปั่นจักยานเหมือนกัน  ...ยังไม่มีเลย
                   สี้นเดือนนี้จะซื้อสักคัน......trek 4300
                
                                                                       สวัสดีครับ

จุฑามาศ
Unregistered

[ 58.8.150.186 ]
30 ก.ค. 51  19:45:16 น. # 78

ดิฉันก็กำลังหาคำตอบว่าทำไมเริ่มปวดข้อนิ้วตอนเช้ามาก  พอไปดูผลตรวจเลือดเมื่อมีนาคมจึงเห็นว่า กรดยูริคอยู่ที่ 5 (เกือบถึงเกณฑ์สูง 5.7)  ปกติตัวเองกินน้ำน้อยมากชอบดื่มแต่น้ำหวานและน้ำผลไม้  กินถั่วเป็นเล่น  แต่ก็คุมอาหารอยู่พวกแป้งและไขมัน จึงไม่อ้วน พออ่านกระทู้จึงพอมองเห็นทางว่า ควรทานนำให้มากขื่น  และอย่ากินอะไรแบบเดียว ต้องสายกลางไว้คงจะดีทีสุด

ขอบคุณทุกคนที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันค่ะ

รณชัย แก้วบุญเรือง เชียงใหม่
Unregistered

[ 118.172.30.97 ]
31 ก.ค. 51  15:28:21 น. # 79

ผมอายุ 30 เป็นรูมาตอยด์ ซึ่งเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันตัวเอง เป็นมา 8-9 ปีแล้ว ตรวจเลือดแล้วทุกอย่างปกติ หมอที่เก่งสุดในภาคเหนือ (สวนดอก เชียงใหม่) ยังช่วยผมไม่ได้เลย จะให้ทานเสตียรอยด์ ผมไม่เอา แม้กระทั่งไดคลอฟีแนค ผมยังไม่ทานเลยถ้าไม่จำเป็น หมายถึงถ้ามีผลกับการทำงาน ผมก็อาจจะทานถ้าปวดมาก แต่ถ้าทนได้ก็ทนเอา ไม่อยากทำร้ายไตตัวเอง ในความคิดส่วนตัวผมคิดว่าโรคของผมไม่มีทางรักษาได้ในตอนนี้
       ตอนนี้ก็ลองคุมอาหาร และอาจจะลองอดอาหารรักษาโรคดู ชีวจิตเป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ หากเราทำได้ ผมเคยล้างตับตัวเอง ดีท็อกซ์บ้าง ก็ลองไปเรื่อย ก็เบื่อเหมือนกัน และคิดในใจว่า ช่างมัน นี่เป็นกรรมของเรา
       ช่วงที่ผมไปสวีเดน อาการของผมกำเริบรุนแรงมาก บวมไปหมดทั้งมือ เท้า เข่า ศอก ถ้าให้เดาก็คิดว่าเพราะอากาศ ซึ่งมันเย็นมากๆ และผมก็ไม่ได้ทานของต้องห้ามต่างๆ
       แชร์ประสบการณ์ครับ หวังว่าวันนึงคงมีคนรักษาเราและคนอื่นๆได้
เพื่อนๆพี่อยู่กรุงเทพ ลองแนะนำโรงพยาบาลให้ผมหน่อย เผื่อผมจะไปลองรักษาดู ยังไงๆผมก็คิดว่า ที่กรุงเทพดีที่สุดแล้วในเมืองไทย ขอบคุณล่วงหน้าครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
01 ส.ค. 51  15:56:45 น. # 80

คุณ รณชัย ครับ

Rhuematoid arthritis เป็นอาการอักเสบของข้อที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง   การกินสเตียรอยด์ก็เพื่อลดปฏิกิริยาดังกล่าว อันจะทำให้ลดการถูกทำลายของข้อลงไป

ถ้าไม่รับการรักษา  ก็แล้วแต่ความคิดส่วนตัวนะครับ   แต่พึงเข้าใจอย่างหนึ่งว่า  โรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด  ( ก็เหมือนกับโรคอื่นๆที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นSLE , เกร็ดเลือดต่ำจากระบบภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง และอื่นๆ )  การรักษาด้วยsteroid จึงเป็นการยับยั้งปฏิกิริยาไม่ให้รุนแรง หรือ ทำให้มันสงบ  แต่ก็ต้องแลกกับผลเสียของสเตียรอยด์ที่เลี่ยงไม่ได้   ( ก็ต้องแลกเอาครับ ระหว่างผลข้างเคียงของยา  กับการสูญเสียการทำงานของข้อ )

paak
Unregistered

[ 202.149.25.225 ]
02 ส.ค. 51  00:14:55 น. # 81

ถ้าอาการปวดอักเสบตามข้อ แล้วลามไปทั้งตัว มีอาการดังนี้
1. ปวดบริเวณส้นเท้า หรือ ลอยช้ำ(แถวๆท้องเท้า)
2. ขึ้นมาข้อเท้า แล้วมาที่เข่า
3. เลยมาที่สะโพก แล้วเวลานั่งปวดก้นกบ มาก
4. ต่อมาที่กระดูกสันหลังทั้งเส้น
5. ไหล่ก็เป็นกับเค้าด้วย
6. ต้นคอไม่ต้องพูดถึง เหมือนนอนตกหมอนหนักๆ และเป็นทั้ง2ข้าง
โดยจะมีการอักเสบตามข้อต่อ พูดกันง่ายๆว่าเจ็บตลอดเวลา บวมด้วย
ฟันธงว่าเป็นโรค SNSA เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง (ทำให้เส้นเอ็นบริเวณข้อต่อต่างๆอักเสบ)
  
    ผมเริ่มเจ็บส้นเท้าก่อนเลย แต่ก็ทนไปทำงาน จนเจ็บมากเดินไม่ไหว เลยไปหาหมอ ผมต้องใช้หมอถึง 7คน จาก 3โรงบาล ถึงจะรู้ว่าเป็นโรคนี้
- โรงบาลแรกให้ยาแก้ปวด( 3หมอ / ประกันสังคม) บอกผมเอ็นสั้นมันเลยยึด
- โรงบาลสองให้ยาแก้อักเสบ/ฉีดสเตียรอยด์ ( 3หมอ / เบิกที่ทำงานได้) บอกผมเป็นเก๊าส์
- โรงบาลสุดท้าย (ตอนนี้ลาออกจากงาน ต้องนอนไปหาหมอเพราะอักเสบทั้งตัวแล้ว)        (1หมอ / เงินส่วนตัว) ถามอาการเสร็จบอก "เธอเป็นโรคSNSA" ต้องกินยาลดภูมิฯ+แก้อักเสบ !! หายครับ
  
   ผมรักษามาได้1ปีครึ่งแล้ว อาการดีขึ้นมากเลยครับ จากเดินไม่ได้ ตอนนี้มา ขี่จักรยานได้แล้ว ดีใจจริงๆ
สรุป นอกจากแค่อยากบ่นแล้ว ก็อาจเป็นประโยชน์กับท่านอื่นได้ เพราะผมต้องใช้ถึง3โรงบาล ถึงจะรักษาถูกโรค ไม่ต้องพูดถึงค่าใช้จ่าย แต่เสียเวลาแล้วยังต้องได้รับยาที่ไม่จำเป็นเข้าไปอีก เพราะอาการมันดันไปคล้ายๆเก๊าส์นี่เอง หวังว่าคงมีประโยชน์อยู่บ้างนะครับ

paak
Unregistered

[ 202.149.25.233 ]
02 ส.ค. 51  00:25:58 น. # 82

อ้อ...ลืมบอกอีกอย่าง  โรค SNSA นี่ไม่ต้องงดอาหารอะไรเลยครับ เพราะไม่เกี่ยว หมอบอกกินได้ตามสบาย จะมีที่ต้องระวังก็ตรง แอลกอฮอล์นี่แหล่ะครับ ก็มันกินร่วมกับยาไม่ได้นี่ ใครๆก็ทราบ จะมีก็แต่ในหนังเท่านั้น ที่กินเหล้าแทนน้ำเวลากินยา555(ฝรั่งโง่)
ระวัง
1. แอลกอฮอล์ กินมากแล้วเมา
2. อาหารอร่อยๆ กินมากแล้วอ้วน T-T
  หมอแนะมาแค่นี้

พิสุทธิ์
Unregistered

[ 203.172.179.57 ]
04 ส.ค. 51  19:17:11 น. # 83

จาก#77 มีอาการปวดตรงหัวแม่ป้งนี้วเท้าด้านขวาเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เป็นบวมแดง ปวดจนแทบทนไม่ได้
  ผมก็ปวดบวมแดงที่ข้อกระดูกหัวแม่เท้า ข้อที่ติดกับกระดูกฝ่าเท้า ปวดชนิดที่นอนไม่ได้ต้องไปหาหมอเดี๋ยวนั้น ขับรถเหยียบคลัชยังไม่ได้เลยครับ เจาะเลือดยูริคขึ้นแค่7.8เองครับ หมอให้ยาลดยูริคและยาแก้ข้ออักเสบมากินก็หายปวดบวม หมอบอกว่า ถ้าเป็นเก๊าต์ จะปวดบวมแดงที่กระดูกข้อหัวแม่เท้าก่อน แล้วต่อมาก็ข้อตาตุ่ม ข้อเข่า ถ้าไม่ปวดข้อ-อักเสบบวมแดงจนทนไม่ไหว ฟันธง ว่าไม่ใช่เก๊าต์ครับ

nan
Unregistered

[ 125.25.183.225 ]
04 ส.ค. 51  20:28:24 น. # 84

เอาผลเลือดมาโชว์เลยครับ
09 ก.ค 2551 ครั้งที่ 3
triglyceride     223    10-170  mg
Cholesterol     314    150-250  mg  ( ไม่ดีเลยครับ ) คนปกติ ไม่เกิน 150-250 ดูผม 314
HDL Cholesterol     48    30-65 mg
LDL Cholesterol     229    60-120  mg  (อันนี้ก็แย่)
Uric Acid  (เก๊าต์)            8.54  mg%  (คนปกติ  4-7 )  ผม 8.54

          ขอบคุณ คุณพิสุทธิ์  เดี่ยวจะลองเช็คดูอีกหลายๆที่ อาจไม่เป็นก็ได้ครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
05 ส.ค. 51  10:56:13 น. # 86

เห็นใจและเข้าใจความทุกข์ทรมานนะครับ  แต่การใช้ประสพการณ์ส่วนตัวมาชี้ชัดว่าเป็น หรือไม่เป็น  ก็คงจะไม่ใช่วิถีที่เหมาะสมนัก

สำหรับ SANA แนะนำให้ลองอ่านที่  http://www.thairheumatology.org/show_answeer.php?id_question=183  แล้วจะทราบว่าบางทีมันก็จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้าน rheumato ( อายุรแพทย์ที่ชำนาญเกี่ยวกับโรคของข้อ , ในเมืองไทยมีไม่มากนัก เจอในรพ.มหาวิทยาลัยแน่ๆ แต่ตามรพ.ประกันสังคม อาจจะหายากหน่อยครับ )  ยาลดภูมิก็จะเป็นยาในกลุ่มsteroid เช่น Prednisolone อันที่จริงมันก็แทบจะใช้รักษาอาการปวด อักเสบของข้อได้เกือบทุกๆโรคอยู่แล้ว   แต่มันจะเหมาะกับโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเองมากที่สุด ( เพราะมันมีข้อเสียในการใช้ค่อนข้างมาก  รวมไปถึงหากใช้โดยไม่มีแพทย์ให้คำแนะนำ มันก็จะเป็นยาที่มีอันตรายพอสมควร ) เพราะการอักเสบของข้อประเภทอื่นๆก็จะมียาอีกหลายตัวที่สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยกว่า

มีเวลา ก็อ่านที่ http://www.thairheumatology.org/index.php นะครับ  สงสัยก็ถามในนั้นเลย  แพทย์ทางด้านrheumato ตอบให้แน่ๆครับ

มิ้น 1/12 รร.สตรี
Unregistered

[ 118.174.47.126 ]
13 ส.ค. 51  18:00:34 น. # 87

ป้าลูจ๋าสมบัติและประเภทของยาลดกรดมีอะไรบ้าง

krisana
Unregistered

[ 125.24.40.247 ]
16 ส.ค. 51  15:02:06 น. # 88

มันมีใบชาที่ร้านสมุนไพรโครงการหลวงที่แฟชั่นไอส์แลนด์ไปเห็นเข้ามันมีใบชาลดกรดยูลิคได้ ราคากล่องละ 1500 บาท

แอน
Unregistered

[ 125.25.75.76 ]
17 ส.ค. 51  15:18:57 น. # 89

สวัสดีค่ะ หนูมาเจอเว็บบอร์ดนี้เข้า มีสาระให้ประโยชน์มากค่ะ
หนูเรียนอยู่เภสัชปี2 อาจารย์ให้หนูมาทำรายงานเกี่ยวกับเรื่อง
การตรวจหาปริมาณกรดยูริคในกระเพาะปัสสาวะอ่ะค่ะ
รบกวนช่วยตอบหนูหน่อยนะค่ะว่าเรามีวิธีตรวจหาด้วยวิธีไหน ยังไงอ่ะค่ะ
หนูหาข้อมูลยากมากเลยค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจหาในเลือด

ฝากด้วยนะค่ะ  ขอบพระคุณมากค่ะ

zanystupid
Unregistered

[ 222.123.240.155 ]
25 ส.ค. 51  15:15:56 น. # 90

ผมเองก็เป็นคัย กรดสูงถึง 14 เลย
ตอนนี้กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่ทานได้
และทานไม่ได้ ถ้ามีใครทราบข้อมูลที่มากกว่านี้ รบกวน
Mail มาผมทีนะ รบกวนและขอขอบคุณมากๆคับ

sofar13th@hotmail.com

ผมจะรอข้อมูลเพิ่มเติมนะคับ

ปวันรัตน์
Unregistered

[ 58.9.54.153 ]
15 ต.ค. 51  03:00:16 น. # 91

เว็บนี้เป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่กำลังเป็นอยู่ ที่บ้านดิฉันก็เป็นค่ะ วันนี้เลยต้องเข้ามาหาข้อมูล แล้วได้เข้ามาในเว็บนี้เป็นประโยชน์มากต้องขอบคุณทุกท่านค่ะที่เข้ามาฝากความรู้สาระสำคัญไว้ ขอบคุรณมากค่ะ

เด็ก cm
Unregistered

[ 117.47.126.134 ]
15 ต.ค. 51  17:03:43 น. # 92

สวัสดีค่ะ  เปิดมาเจอเว็บบอร์ดนี้ให้ความรู้เยอะมาก แล้วอยากรู้ว่าใบชาลอกรดยูลิคมีขายที่เชียงใหม่หรือเปล่า

คาสิโย
Unregistered

[ 124.122.205.162 ]
23 ต.ค. 51  20:21:20 น. # 93

สวัสดีครับ
ผมชื่อว่าคาสิโย ทำงานเกี่ยวกับเรือสินค้า บริษัทผมมีนโยบายว่าทุกๆครั้งที่กลับมาจากทำงานต้องตรวจร่างกายทุกครั้งครับ และหนึ่งในนั้นก็ไม่พ้นตรวจหากรดยูริคในเลือดครับ และต้องเป็นที่ตกใจเพราะผมตรวจแล้ว มันเกินมาครับ อยู่ที่ 9.7 ครับ ไม่ทราบว่ามันจะมีความเสี่ยงมากไหมครับ และถ้าผมยังไม่ถึงกับว่าเป็นโรคเก๊า มันสามารถที่จะรักษาได้ไหมครับ รบกวนป่าลูช่วยบอกผมทีเถอะครับ เพราะมันเกี่ยวกับหน้าที่การงานผมนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้านะครับ

โจ้ อุบลฯ
Unregistered

[ 203.113.0.206 ]
27 ต.ค. 51  12:12:07 น. # 94

น้ำย่านาง คั้นสดๆห้ามปั่นนะครับ ผสมน้ำเย็นที่สุกแล้ว ดื่มให้ได้อย่างน้อย 1 แก้ว/วัน

ใครเป็นเก๊าท์ หนักๆจนเดินไม่ได้หรือปวดตามข้อ ลองดูครับ

ภายใน 1 เดือน ลองตรวจ กรดยูริคดู ว่าจะลดลงจนอยู่ในภาวะปกติหรือไม่

(ต้องงด ของแสลงนะครับ สารพิวรีน พวกเครื่องใน สัตว์ปีก หน่อไม้ ยอดผักอ่อนที่มีสารนี้ โดยเฉพาะ เหล้า เบียร์ ต้องงด)

ผมลองแล้ว ผู้ให้สูตรบอกให้บอกต่อเป็นวิทยาทานต่อไป

1 เดือนเห็นผล ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย หายแล้วช่วยบอกต่อด้วย ขอบคุณครับ

ครูน้อย/หนองคาย
Unregistered

[ 125.26.218.231 ]
08 ธ.ค. 51  17:06:53 น. # 95

เปิดเจอเว็บบอร์ดได้ความรู้ดี เคล็ดลับในการแก้โรคเก๊าใช้น้ำย่านางสดน่าจะเป็นจริงได้เพาะทราบมาว่าน้ำย่านางมีส่วนช่วยล้างพิษในร่างกายมีประสบการณ์สมัยเด็กคุณปู่เคยคั้นนำย่านางให้ดื่มเพราะเคยเมาเห็ดรู้สึกว่าหายขาดจากอาการเมาแต่โทษทีต้องอาเจียนออกก่อนอาการจึงหายเป็นปกติ อยากให้ท่านผู้รู้และมีประสบการณ์เรื่องน้ำคั้นจากย่านางมีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง ที่สามารถรักษาโรคเก๊าให้หายขาดได้ ช่วยอธิบายและไขข้อข้องใจหน่อยครับ

จ่า
Unregistered

[ 125.24.218.6 ]
09 ธ.ค. 51  10:38:20 น. # 96

จากคำตอบโจ้ อุบลฯ น้ำย่านางโดยตัวผมมีไขมันสูงประมาณ 250 กินน้ำย่านางแลผักสดงดเว้นเนื้อสัตว์โดยเด็ดขาด 3 มื้อ ประมาณ 5 วัน ผลที่ได้ไขมันลดลงทันที่จาก 250 เหลือ 80

K_kogon
New Member


เข้าร่วม : 22 ธ.ค. 49
เปิดกระทู้ : 5 ครั้ง
ให้ความเห็น : 18 ครั้ง
09 ธ.ค. 51  11:42:40 น. # 97

น้ำย่านาง มาจากใหนครับ ช่วยขยายความให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

dundy
Unregistered

[ 125.25.91.135 ]
16 ธ.ค. 51  20:11:30 น. # 98

ผมก็อีกหนึ่งในเก๊าต์ เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นมานาน
ทีแรกก็นึกว่า เป็นการอักเสบมาจากการเล่นกีฬา เพราะเล่นแล้วเกิดอุบัติเหตุ เข้าปะทะที่ข้อเท้า หรือชนที่ข้อเท้าก็ปวดทุกที ไปหาหมอก็เอ็กซเรย์แล้วไม่เป็นไรทุกที
จนมาวันหนึ่งมันก็ปวดขึ้นมาเองเฉยๆ ปวดนรกมากๆ นอนไม่ได้เลย ไปหาหมอแล้วบอกว่าเราปวดบ่อยมาก เท่านั้นแหล่ะ หมอจับตรวจเลือด ปรากฎว่า หมอบอกเป็นเก๊าต์ ทีแรกไม่เชื่อตัวเองว่า เป็นได้อย่างไร ออกกำลังกายก็บ่อย
..ได้รับคำแนะนำจากหมอ หน่อไม้ ของดอง ผักยอด เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก ถั่ว และโดยเฉพาะของโปรด แอลกอฮอล์ งด น้ำดื่มให้มากๆ ควบคู่กับการทานยา
ว่าจะลองวิธีที่เพื่อนๆ พี่น้องแนะนำดูครับ
...ขอบคุณสำหรับความเห็นที่ดีๆ ทุกความเห็นเลยครับ

kron
Unregistered

[ 58.147.44.211 ]
22 ธ.ค. 51  16:34:39 น. # 99

ตอนนี้ผมมีอาการปวดที่เท้าและเจ็บด้วย เป็นๆหายๆ มีจุดแดงขึ้นที่ขาด้วย และมีอาการเจ็บที่จุดแดง ไม่รู้ว่าเป็นโรคเก๊าหรือเปล่า หรือว่าเป็นโรคอื่น ไม่หาหมอตรวจเลือดหมอก็ว่าปกติ
อย่างไรช่วยแนะนำด้วยคับ

paramoss
Unregistered

[ 124.121.4.211 ]
23 ธ.ค. 51  23:58:16 น. # 100

ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะครับทุกท่าน

por
Unregistered

[ 125.24.32.135 ]
02 ม.ค. 52  09:05:29 น. # 101

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นไปหาหมอมาหมอบอกว่าให้ดื่มน้ำวันละ2ลิตรเป็นอย่างน้อย ผมลองแล้วได้ผล ผมดื่มวันละ 4-6 ลิตรได้ผมดี แต่ญาติก็เป็นญาติบอกว่าให้ทานเม็ดเดือย ให้นำเม็ดเดือยหุงกับข้าว มันจะช่วยลดกรดยูริคได้ดี

คนแก่เพิ่งรู้ตัว
Unregistered

[ 124.121.24.182 ]
20 ม.ค. 52  09:34:04 น. # 102

ดีใจที่มี บอร์ดนี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 47 แต่ผมดันเพิ่งมาพบ ในปี 52 เฮ้อ...ก็เพราะเพิ่งรู้ตัวเหมือนกันครับ ว่า เก๊าท์ รับประทาน มาได้ 4 เดือนที่ผ่านมาได้อะครับ เพิ่งตรวจเลือดเจอ 10.3 ด้วยอาการขาบวม แดง เจ็บสุด ๆ เดินไม่ได้ สุด ๆ ทรมาน ตอนแรกไม่ได้ตรวจเลือด นึกว่าทำไมข้อนิ้วเท้ามันเจ็บบ่อยจัง เราเดินเยอะไปหรือไง เล่นเทนนิส มากไปหรือเปล่าเล่น 4 ช.ม. ต่อครั้ง ผมอายุ 44 เล่นกับเด็ก ๆ อายุ 14 เลยนึกว่าตัวเองอายุ 14 อิ อิ เจ็บมา 3 - 4 ครั้ง ถึงมารู้ ตอนนี้เลย อดเล่นเทนนิสเลยเพราะกลัววันอักเสบอีก แต่แล้ววันนี้ก็เพิ่งไปฉีดยามาเนี่ย งงมาก ๆ ไก่ก็ไม่ได้จับ หญ้าอ่อน ก็ไม่ได้กิน แล้วมันปวดได้ไงวะ (โมโหตัวเอง) มาอ่านเจอในนี้ "แตงกวา" แม่เจ้า...ก่อนเป็นเพิ่งชัดแต่กว่าน้ำจิ้มทอดมันปรายกราย เมืองเพชรบุรี สุดแสนอะไร ล่อแตงกวาไปสะ 1/2 กิโลได้มั้ง สมน้ำหน้าตัวเองเพิ่งมารู้ว่ากินไม่ได้ จากบอร์ดนี้ เฮ้อ... แล้วมีอะไรที่กินไม่ได้อีกเนี่ย...ช่วยกันสรุปไว้หน่อยสิครับ ว่ามนุษย์เก๊าท์ อย่างเราทานอะไรไม่ได้บ้าง

สรุปอาหารที่ทานไม่ได้ สำหรับมนุษย์เก๊าท์ เท่าที่ผมรู้ ใครรู้บอกเพิ่ม ๆ กันเข้ามาหน่อยครับ
1. ยอดผัก (หญ้าอ่อน วัวแก่อย่างผมก็อดกินเลย อิ อิ)
2. สัตว์ปีก ( ห้ามจับไก่ ตลอดชีวิต อันนี้เมียบอก 5555+)
3. ถั่งงอก, ถั่วลิสง , ถั่วทุกชนิด.... (ไม่เว้น แม้น ถั่วดำ 555555 อิ อิ)
4. เครื่องในสัตว์

อาหารที่ดีสำหรับ พวกเรา
1. ปลา ( น้องปลาเนี่ยคบ ได้นานดีจิง ๆ ไว้ใจได้ตลอด)
2. ผักที่ไม่ใช่ยอด เห็นเขาว่า "โอ๊ะ เอา แครอท มาฝาก" จะช่วยลดกรดยูริก
3. ผลไม้
4. ปลาหมึก, หอย (อิ อิ ยังดีที่กินได้),
5. หมู
6. วัว
7. กบ
8. แย้
9. อึ่งอ่าง
10. หนอนไม้ไผ่
11. โอย อีกเยอะ
อิ อิ กำลังจะบอกว่า พวกเรายังมีของกินอีกเพียบ อย่าเครียดว่าอดอะไรบ้าง 555+ กินทุกอย่างที่กินได้ไปเลย จิงม่ะ

เท่านี้ก่อนเขียนซะยาว วันหลังมาแวะไหม่

จาก
คนแก่เพิ่งรู้ตัว

คนแก่เพิ่งรู้ตัว
Unregistered

[ 124.121.24.182 ]
20 ม.ค. 52  09:34:05 น. # 103

ดีใจที่มี บอร์ดนี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 47 แต่ผมดันเพิ่งมาพบ ในปี 52 เฮ้อ...ก็เพราะเพิ่งรู้ตัวเหมือนกันครับ ว่า เก๊าท์ รับประทาน มาได้ 4 เดือนที่ผ่านมาได้อะครับ เพิ่งตรวจเลือดเจอ 10.3 ด้วยอาการขาบวม แดง เจ็บสุด ๆ เดินไม่ได้ สุด ๆ ทรมาน ตอนแรกไม่ได้ตรวจเลือด นึกว่าทำไมข้อนิ้วเท้ามันเจ็บบ่อยจัง เราเดินเยอะไปหรือไง เล่นเทนนิส มากไปหรือเปล่าเล่น 4 ช.ม. ต่อครั้ง ผมอายุ 44 เล่นกับเด็ก ๆ อายุ 14 เลยนึกว่าตัวเองอายุ 14 อิ อิ เจ็บมา 3 - 4 ครั้ง ถึงมารู้ ตอนนี้เลย อดเล่นเทนนิสเลยเพราะกลัววันอักเสบอีก แต่แล้ววันนี้ก็เพิ่งไปฉีดยามาเนี่ย งงมาก ๆ ไก่ก็ไม่ได้จับ หญ้าอ่อน ก็ไม่ได้กิน แล้วมันปวดได้ไงวะ (โมโหตัวเอง) มาอ่านเจอในนี้ "แตงกวา" แม่เจ้า...ก่อนเป็นเพิ่งชัดแต่กว่าน้ำจิ้มทอดมันปรายกราย เมืองเพชรบุรี สุดแสนอะไร ล่อแตงกวาไปสะ 1/2 กิโลได้มั้ง สมน้ำหน้าตัวเองเพิ่งมารู้ว่ากินไม่ได้ จากบอร์ดนี้ เฮ้อ... แล้วมีอะไรที่กินไม่ได้อีกเนี่ย...ช่วยกันสรุปไว้หน่อยสิครับ ว่ามนุษย์เก๊าท์ อย่างเราทานอะไรไม่ได้บ้าง

สรุปอาหารที่ทานไม่ได้ สำหรับมนุษย์เก๊าท์ เท่าที่ผมรู้ ใครรู้บอกเพิ่ม ๆ กันเข้ามาหน่อยครับ
1. ยอดผัก (หญ้าอ่อน วัวแก่อย่างผมก็อดกินเลย อิ อิ)
2. สัตว์ปีก ( ห้ามจับไก่ ตลอดชีวิต อันนี้เมียบอก 5555+)
3. ถั่งงอก, ถั่วลิสง , ถั่วทุกชนิด.... (ไม่เว้น แม้น ถั่วดำ 555555 อิ อิ)
4. เครื่องในสัตว์

อาหารที่ดีสำหรับ พวกเรา
1. ปลา ( น้องปลาเนี่ยคบ ได้นานดีจิง ๆ ไว้ใจได้ตลอด)
2. ผักที่ไม่ใช่ยอด เห็นเขาว่า "โอ๊ะ เอา แครอท มาฝาก" จะช่วยลดกรดยูริก
3. ผลไม้
4. ปลาหมึก, หอย (อิ อิ ยังดีที่กินได้),
5. หมู
6. วัว
7. กบ
8. แย้
9. อึ่งอ่าง
10. หนอนไม้ไผ่
11. โอย อีกเยอะ
อิ อิ กำลังจะบอกว่า พวกเรายังมีของกินอีกเพียบ อย่าเครียดว่าอดอะไรบ้าง 555+ กินทุกอย่างที่กินได้ไปเลย จิงม่ะ

เท่านี้ก่อนเขียนซะยาว วันหลังมาแวะไหม่

จาก
คนแก่เพิ่งรู้ตัว

คนแก่เพิ่งรู้ตัว
Unregistered

[ 124.121.24.122 ]
20 ม.ค. 52  09:50:25 น. # 104

อุ้ยแม่เจ้า เพิ่งเจอข้อความอาหารควรงด จากเวป โรงพยาบาล เลยรีบมาเพิ่มเติม

อาหารที่มีพิวรีนสูง (150 มิลลิกรัมขึ้นไป)    * อาหารที่ควรงด

1.หัวใจไก่ 2.ไข่ปลา 3.ตับไก่ 4.มันสมองวัว 5.กึ๋นไก่ 6.หอย 7.เซ่งจี้(หมู) 8.ห่าน 9.ตับหมู 10.น้ำต้มกระดูก 11.ปลาดุก 12.ยีสต์ 13.เนื้อไก่,เป็ด 14.ซุปก้อน 15.กุ้งชีแฮ้ 16.น้ำซุปต่าง ๆ 17.น้ำสกัดเนื้อ 18.ปลาไส้ตัน 19.ถั่วดำ 20.ปลาขนาดเล็ก 21.ถั่วแดง 22.เห็ด 23.ถั่วเขียว 24.กระถิน 25.ถั่วเหลือง 26.ตับอ่อน 27.ชะอม 28.ปลาอินทรีย์ 29.กะปิ 30.ปลาซาดีนกระป๋อง

คนแก่เพิ่งรู้ตัว

bydee
Unregistered

[ 58.136.48.156 ]
29 ม.ค. 52  15:34:12 น. # 106

ลองเข้าไปอ่านดูน๊ะครับ
อาจจะช่วยได้น๊ะครับ

http://www.hoanngoc-th.com/index.php

ฮว่านง็อก  (HUAN-NGOC)  หรือ ต้นพญาวานร

ประวัติเป็นมา
ฮว่านง็อก เป็นพันธุ์ไม้มาจากประเทศเวียดนาม เข้าเมืองไทยทางภาคอีสานเมื่อ 20 ปีก่อนปัจจุบันใช้เป็นพืชสมุนไพรอย่างแพร่หลายเพราะ รักษาอาการของโรคต่างๆได้ดี โดยเฉพาะโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิต ฯลฯ รับประทานง่าย ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสฝาดเฝื่อน
( น่ากินกว่าใบแปะตำปึงและจินฉี่เหมาเยี่ย )



ลักษณะของต้น
   พันธุ์ไม้ทรงพุ่มเตี้ยสูงประมาณ 1 เมตร   ใบอ่อน ปลายใบแหลม ด้านบนของใบมีสีเขียวเป็นมันเงา ส่วนล่างของใบจะหยาบ มีใบมาก เมื่อเด็ดยอดอ่อน จะแตกกิ่งสาขาตามโคนก้านใบเป็นทรงพุ่ม   การขยายพันธุ์เพียงตัดยอดหรือลำต้นเป็นข้อๆปักชำลงดินก็เกิดรากใหม่ประมาณ 7-10 วัน ตั้งตัวได้เร็วแล้ว ย้ายลงปลูกในกระถาง ใส่ปุ๋ยคอกและดินใบก้ามปู ชอบแดดรำไร(แสง60%) รดน้ำทุกวันก็จะเจริญงอกงาม ไม่มีศัตรูพืช โดยเฉพาะเพลี้ยแป้งกินใบ
วิธีใช้
   ส่วนสำคัญคือ ใบ ใช้เคี้ยวกินสดๆ หรือคั้นและกรองเอาน้ำข้นๆ รับประทานหรือต้มเป็นน้ำแกงรับประทานก็ได้ ส่วนเปลือกและรากไม้ สามารถต้มกลั่นเป็นสุราได้ด้วย ใบไม่มีกลิ่นและรส สามารถต้มเอาน้ำใสๆ ดื่มได้ ส่วนการรับประทานมากหรือน้อย อยู่ที่ธาตุ หนัก-เบา ของแต่ละคน โดยทั่วไปจะรับประทานกัน 1-4 ใบ คนที่มีอาการหน้ามืดตาลายหลังรับประทานอาหาร 15 นาที จะหาย ให้รับประทานติดต่อกัน 7 วัน วันละ 2 ครั้ง   กินก่อนอาหาร
      จากหลักฐานคนไข้รายหนึ่ง หลังจากรักษาโรคมะเร็งตับจากยานานาชนิดไม่หาย เมื่อได้รับประทานใบสดของต้นฮว่านง็อก คนไข้มีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไม่น่าเชื่อจากการมีไข้สูงถึง 40 องศา ลดลงเหลือ 37 องศา การเจ็บปวดลดลงมาก ผิวหนังเคยเหลืองก็ลดลง หน้าท้องแฟบลง ตัวเบาทำให้คนไข้ลุกขึ้นมาสนทนาได้
      ทำไม คนไข้จึงฟื้นตัวเร็วขนาดนั้น หลังจากรับประทานได้ 20 นาที ยาได้ออกฤทธิ์รับประทาน
5 ใบ จะลดความเจ็บปวดได้ 3 ชั่วโมง รับประทาน 7 ใบ ลดได้ 5 ชั่วโมง เสมือนหนึ่งยาวิเศษเพราะคนไข้โรคตับได้เจ็บป่วยมาถึงวาระสุดท้ายแล้วกลับฟื้นและมีความหวัง ต้นฮว่านง็อกเป็นต้นไม้ใบยาที่มีคุณค่าสูงส่ง เป็นของขวัญจากสวรรค์ มอบให้แก่มวลมนุษย์

สรรพคุณของต้นสมุนไพร (จากเอกสาร ฮานอย 2-9-1995 ถ่ายทอดจากต้นฉบับจริง)
   1. รักษาคนสูงอายุ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ทำงานหนัก เกิดประสาทหลอน
   2. รักษาเป็นไข้หวัด ความดันโลหิตสูง   ท้องไส้ไม่ปกติ
   3. รักษาอาการมีบาดแผล เคล็ด ขัดยอก กระดูกหัก
   4. รักษาอาการทางเดินอาหารไม่ปกติ
   5. รักษาอาการโรคกระเพาะอาหาร โรคเลือดออกในลำไส้   เกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ
   6. รักษาอาการคอพอก ตับอักเสบ
   7. รักษาอาการไตอักเสบ ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่นข้น
   8. รักษาอาการโรคมะเร็งปอดมีอาการปวดต่างๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รับประทานต่อไป                    
      100-200 ใบ อาการจะหายขาด
   9. รักษาโรคตาทุกชนิด   เช่น ตาแดง ตาต้อ ตาห้อเลือด
10. รักษาอาการมดลูกหย่อนของหญิงคลอดบุตรใหม่ได้ผลดี ช่วยให้มดลูกเข้าอู่
11. รักษาโรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ โรคประสาทอ่อนๆ (เพื่อเป็นการสนับสนุน
      เหตุผลโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งผู้เขียนก็เป็น จึงกินเข้าไปครั้งละ 5 ใบ เช้า-เย็น 1 วัน อาการ
      หน้ามืดหนักหัวหายไป รู้สึกสบาย เบาสมอง)
12. สามารถใช้กับสัตว์ได้ จากเอกสารระบุว่าใช้กับไก่ชนหลังจากชนไก่แล้ว ต้องการให้ไก่ฟื้นจาก
      อาการบาดเจ็บ ให้ไก่กินใบของต้นสมุนไพรฮว่านง็อก จะฟื้นตัวได้เร็ว

รายละเอียดในการใช้รักษาแต่ละโรค
   1. โรคกระเพาะอาหารเป็นแผล รับประทานครั้งละไม่เกิน 7 ใบ   วันละ 2 ครั้ง รับประทาน
       ติดต่อกันไปจนครบ 50 ใบ
   2. โรคเลือดออกในลำไส้ รับประทานใบสด 7-13 ใบ หรือคั้นเอาน้ำ วันละ 2 เวลา
   3. โรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่เป็นบิด รับประทานครั้งละไม่เกิน 7 ใบ วันละ 2 ครั้งรับประทาน
       ติดต่อกันไปประมาณ 100 ใบ
   4. โรคตับอักเสบ คอพอก รับประทานครั้งละ 7 ใบ วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันไปจนครบ 150 ใบ
   5. โรคไตอักเสบ ปวดเป็นประจำรับประทานครั้งละ 3-4 ใบ วันละ 3 ครั้ง ทานจนครบ    30 ใบ
   6. อาการท้องไส้ไม่ปกติ รับประทาน 7-14 ใบ 2 ครั้ง หาย
   7. ปวดเมื่อยตามร่างกาย รับประทาน   7-14 ใบ 2 ครั้ง หาย
   8. อาการปัสสาวะแสบ ปัสสาวะเป็นเลือด รับประทาน 14-21 ใบ คั้นเอาน้ำข้นๆ รับประทาน
   9. โรคตาแดง รับประทาน 7 ใบ และบด 3 ใบ ปิดที่ตา เวลานอน 1 คืน จะหาย
10. โรคความดันสูงจะลดทันทีเมื่อรับประทาน 5-9 ใบ (ผู้เขียนได้ทดลองด้วยตนเองดีสมราคาคุย)
11. แก้โรคเบาหวาน ผู้ชายรับประทานวันละ 7 ใบ ผู้หญิงวันละ 9 ใบ ภายใน 90 วัน หาย
12. ใช้กับสัตว์ เช่น ไก่เหงา เป็นอหิวาห์ หรือนิวคาสเซิล ให้ไก่กิน 2-3 ใบ ไก่ชนหลังจากการชน
        แล้วให้กิน 2-3 ใบ (น่าจะประยุกต์ใช้กับสัตว์อื่นๆได้)
13. สตรีหลังคลอด รับประทานวันละ 1 ใบ รับประทานทุกวันจะทำให้ฟื้นสุขภาพได้เร็ว

การรับประทานหรือกินใบสมุนไพร ให้กินก่อนอาหารเสมอ
                                                                                            
รวบรวมข้อมูลจากหนังสือเทคโลยีชาวบ้าน
                                                                                                  และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดยคุณทอม แม่โจ้


          
อ.พิมพ์ใจ  วัชรานุรักษ์  โทร.01-8122-098
เคี้ยวกินใบสดทุกวันๆละ 3-4 ใบรักษาความดันโลหิตสูงและอาการปวดเมื่อยร่างกาย
กินง่าย อร่อยเหมือนกินผักใบเขียวทั่วไป












สมุนไพรมาแรง  ฮว่านง็อก  (HUAN-NGOC)          
ลักษณะของต้น
   เป็นต้นไม้ชนิดใบอ่อน ปลายแหลมส่วนล่างของใบจะหยาบสีเขียวเข้ม ด้านบนสีเขียว                 อ่อน เป็นต้นไม้ที่มีใบมากซักหน่อยแตกกิ่งทรงพุ่มได้ดี  การขยายพันธุ์เพียงตัดยอดปักชำลงดินก็เกิดรากตั้งตัวได้เร็ว ย้ายลงปลูกในกระถาง ใส่ปุ๋ยพรวนดินรดน้ำก็จะเจริญงอกงาม
วิธีใช้
   ส่วนสำคัญคือ ใบ ใช้เคี้ยวกินสดๆ หรือคั้นและกรองเอาน้ำข้นๆ รับประทานหรือต้มเป็นน้ำแกงรับประทานก็ได้ ส่วนเปลือกและรากไม้ สามารถต้มกลั่นเป็นสุราได้ด้วย ใบไม้ไม่มีกลิ่นและรส สามารถต้มเอาน้ำใสๆ ดื่มได้ ส่วนการรับประทานมากหรือน้อย อยู่ที่ธาตุ หนัก-เบา ของแต่ละคน โดยทั่วไปจะรับประทานกัน 1-4 ใบ คนที่มีอาการหน้ามืดตาลายหลังรับประทานอาหาร 15 นาที จะหาย ให้รับประทานติดต่อกัน 7 วัน วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร
      จากหลักฐานคนไข้รายหนึ่ง หลังจากรักษาโรคมะเร็งตับจากยานานาชนิดไม่หาย เมื่อได้รับประทานใบสดของต้นฮว่านง็อก คนไข้มีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไม่น่าเชื่อจากการมีไข้สูงถึง 40 องศา ลดลงเหลือ 37 องศา การเจ็บปวดลดลงมาก ผิวหนังเคยเหลืองก็ลดลง หน้าท้องแฟบลง ตัวเบาทำให้คนไข้ลุกขึ้นมาสนทนาได้
      ทำไม คนไข้จึงฟื้นตัวเร็วขนาดนั้น หลังจากรับประทานได้ 20 นาที ยาได้ออกฤทธิ์รับประทาน 5 ใบ จะลดความเจ็บปวดได้ 3 ชั่วโมง รับประทาน 7 ใบ ลดได้ 5 ชั่วโมง เสมือนหนึ่งยาวิเศษเพราะคนไข้โรคตับได้เจ็บป่วยมาถึงวาระสุดท้ายแล้วกลับฟื้นและมีความหวัง ต้นฮว่านง็อกเป็นต้นไม้ใบยาที่มีคุณค่าสูงส่ง เป็นของขวัญจากสวรรค์ มอบให้แก่มวลมนุษย์
สรรพคุณของต้นสมุนไพร (จากเอกสาร ฮานอย 2-9-1995 ถ่ายทอดจากต้นฉบับจริง)
   1. รักษาคนสูงอายุ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ทำงานหนัก เกิดประสาทหลอน
   2. รักษาเป็นไข้หวัด ความดันโลหิตสูง  ท้องไส้ไม่ปกติ
   3. รักษาอาการมีบาดแผล เคล็ด ขัดยอก กระดูกหัก
   4. รักษาอาการทางเดินอาหารไม่ปกติ
   5. รักษาอาการโรคกระเพาะอาหาร โรคเลือดออกในลำไส้   เกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ
   6. รักษาอาการคอพอก ตับอักเสบ
   7. รักษาอาการไตอักเสบ ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่นข้น
   8. รักษาอาการโรคมะเร็งปอดมีอาการปวดต่างๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รับประทานต่อไป                    
      100-200 ใบ อาการจะหายขาด
   9. รักษาโรคตาทุกชนิด  เช่น ตาแดง ตาต้อ ตาห้อเลือด
10. รักษาอาการมดลูกหย่อนของหญิงคลอดบุตรใหม่ได้ผลดี ช่วยให้มดลูกเข้าอู่

11. รักษาโรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ โรคประสาทอ่อนๆ (เพื่อเป็นการสนับสนุน
      เหตุผลโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งผู้เขียนก็เป็น จึงกินเข้าไปครั้งละ 5 ใบ เช้า-เย็น 1 วัน อาการ
      หน้ามืดหนักหัวหายไป รู้สึกสบาย เบาสมอง)
12. สามารถใช้กับสัตว์ได้ จากเอกสารระบุว่าใช้กับไก่ชนหลังจากชนไก่แล้ว ต้องการให้ไก่ฟื้นจาก
      อาการบาดเจ็บ ให้ไก่กินใบของต้นสมุนไพรฮว่านง็อก จะฟื้นต้วได้เร็ว
รายละเอียดในการใช้รักษาแต่ละโรค
   1. โรคกระเพาะอาหารเป็นแผล รับประทานครั้งละไม่เกิน 7 ใบ  วันละ 2 ครั้ง รับประทาน
       ติดต่อกันไปจนครบ 50 ใบ
   2. โรคเลือดออกในลำไส้ รับประทานใบสด 7-13 ใบ หรือคั้นเอาน้ำ วันละ 2 เวลา
   3. โรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่เป็นบิด รับประทานครั้งละไม่เกิน 7 ใบ วันละ 2 ครั้งรับประทาน
       ติดต่อกันไปประมาณ 100 ใบ
   4. โรคตับอักเสบ คอพอก รับประทานครั้งละ 7 ใบ วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันไปจนครบ 150 ใบ
   5. โรคไตอักเสบ ปวดเป็นประจำรับประทานครั้งละ 3-4 ใบ วันละ 3 ครั้ง ทานจนครบ  30 ใบ
   6. อาการท้องไส้ไม่ปกติ รับประทาน 7-14 ใบ 2 ครั้ง หาย
   7. ปวดเมื่อยตามร่างกาย รับประทาน  7-14 ใบ 2 ครั้ง หาย
   8. อาการปัสสาวะแสบ ปัสสาวะเป็นเลือด รับประทาน 14-21 ใบ คั้นเอาน้ำข้นๆ รับประทาน
   9. โรคตาแดง รับประทาน 7 ใบ และบด 3 ใบ ปิดที่ตา เวลานอน 1 คืน จะหาย
10. โรคความดันสูงจะลดทันทีเมื่อรับประทาน 5-9 ใบ (ผู้เขียนได้ทดลองด้วยตนเองดีสมราคาคุย)
11. แก้โรคเบาหวาน ผู้ชายรับประทานวันละ 7 ใบ ผู้หญิงวันละ 9 ใบ ภายใน 90 วัน หาย
12. ใช้กับสัตว์ เช่น ไก่เหงา เป็นอหิวาห์ หรือนิวคาสเซิล ให้ไก่กิน 2-3 ใบ ไก่ชนหลังจากการชน
        แล้วให้กิน 2-3 ใบ (น่าจะประยุกต์ใช้กับสัตว์อื่นๆได้)
13. สตรีหลังคลอด รับประทานวันละ 1 ใบ รับประทานทุกวันจะทำให้ฟื้นสุขภาพได้เร็ว

อนึ่ง การรับประทานหรือกินใบสมุนไพร ให้กินก่อนอาหารเสมอ

ขอขอบคุณ คุณทศทิศ แก่นสุข
ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลโดยละเอียดของสมุนไพรฮว่านง็อก
ข้อมูลจากหนังสือเทคโลยีชาวบ้าน
                                                                                                  และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เขียนโดยคุณทอม แม่โจ้



ไม่ได้อัพเสียนาน วันนี้มีรูป กับวิธีกินมาฝากค่ะ
การกินเราใช้ใบสด เขียวๆ สีเหลืองไม่เอา มาเคี้ยวกิน3-4ใบ เช้า-เย็น
จากประสพการณ์ เคี้ยวแล้วมันเลี่ยน เมือกๆ คนกินยากๆพาลจะอ้วกเอาง่ายๆ
เลยลองเอาใบฮว่านง็อกมากินกับน้ำพริกดูค่ะ ได้ผลแฮะ น้ำพริกดับความเลี่ยนได้
เลยกินได้ตามเป้า อีกวันลองกินกับลาบ อ่าฮ๊า ใช้ได้เหมือนกัน

สำหรับผู้สนใจจะซื้อไปปลูก สอบถามได้ตามที่อยู่ที่ให้ไว้ด้านขวาของบล๊อกนะคะ
สำหรับกรุงเทพ นัดส่งของได้ค่ะ ต้นว่านลิงปลูกง่าย ไม่ยุ่งยาก ซื้อไปเอาลงกระถางได้เลย
แตกยอดใหม่ไว ปลูกใช้ต้นเดียวคุ้มค่าสุดๆ

bydee
Unregistered

[ 58.136.48.156 ]
29 ม.ค. 52  15:34:18 น. # 107

ลองเข้าไปอ่านดูน๊ะครับ
อาจจะช่วยได้น๊ะครับ

http://www.hoanngoc-th.com/index.php

ฮว่านง็อก  (HUAN-NGOC)  หรือ ต้นพญาวานร

ประวัติเป็นมา
ฮว่านง็อก เป็นพันธุ์ไม้มาจากประเทศเวียดนาม เข้าเมืองไทยทางภาคอีสานเมื่อ 20 ปีก่อนปัจจุบันใช้เป็นพืชสมุนไพรอย่างแพร่หลายเพราะ รักษาอาการของโรคต่างๆได้ดี โดยเฉพาะโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิต ฯลฯ รับประทานง่าย ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสฝาดเฝื่อน
( น่ากินกว่าใบแปะตำปึงและจินฉี่เหมาเยี่ย )



ลักษณะของต้น
   พันธุ์ไม้ทรงพุ่มเตี้ยสูงประมาณ 1 เมตร   ใบอ่อน ปลายใบแหลม ด้านบนของใบมีสีเขียวเป็นมันเงา ส่วนล่างของใบจะหยาบ มีใบมาก เมื่อเด็ดยอดอ่อน จะแตกกิ่งสาขาตามโคนก้านใบเป็นทรงพุ่ม   การขยายพันธุ์เพียงตัดยอดหรือลำต้นเป็นข้อๆปักชำลงดินก็เกิดรากใหม่ประมาณ 7-10 วัน ตั้งตัวได้เร็วแล้ว ย้ายลงปลูกในกระถาง ใส่ปุ๋ยคอกและดินใบก้ามปู ชอบแดดรำไร(แสง60%) รดน้ำทุกวันก็จะเจริญงอกงาม ไม่มีศัตรูพืช โดยเฉพาะเพลี้ยแป้งกินใบ
วิธีใช้
   ส่วนสำคัญคือ ใบ ใช้เคี้ยวกินสดๆ หรือคั้นและกรองเอาน้ำข้นๆ รับประทานหรือต้มเป็นน้ำแกงรับประทานก็ได้ ส่วนเปลือกและรากไม้ สามารถต้มกลั่นเป็นสุราได้ด้วย ใบไม่มีกลิ่นและรส สามารถต้มเอาน้ำใสๆ ดื่มได้ ส่วนการรับประทานมากหรือน้อย อยู่ที่ธาตุ หนัก-เบา ของแต่ละคน โดยทั่วไปจะรับประทานกัน 1-4 ใบ คนที่มีอาการหน้ามืดตาลายหลังรับประทานอาหาร 15 นาที จะหาย ให้รับประทานติดต่อกัน 7 วัน วันละ 2 ครั้ง   กินก่อนอาหาร
      จากหลักฐานคนไข้รายหนึ่ง หลังจากรักษาโรคมะเร็งตับจากยานานาชนิดไม่หาย เมื่อได้รับประทานใบสดของต้นฮว่านง็อก คนไข้มีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไม่น่าเชื่อจากการมีไข้สูงถึง 40 องศา ลดลงเหลือ 37 องศา การเจ็บปวดลดลงมาก ผิวหนังเคยเหลืองก็ลดลง หน้าท้องแฟบลง ตัวเบาทำให้คนไข้ลุกขึ้นมาสนทนาได้
      ทำไม คนไข้จึงฟื้นตัวเร็วขนาดนั้น หลังจากรับประทานได้ 20 นาที ยาได้ออกฤทธิ์รับประทาน
5 ใบ จะลดความเจ็บปวดได้ 3 ชั่วโมง รับประทาน 7 ใบ ลดได้ 5 ชั่วโมง เสมือนหนึ่งยาวิเศษเพราะคนไข้โรคตับได้เจ็บป่วยมาถึงวาระสุดท้ายแล้วกลับฟื้นและมีความหวัง ต้นฮว่านง็อกเป็นต้นไม้ใบยาที่มีคุณค่าสูงส่ง เป็นของขวัญจากสวรรค์ มอบให้แก่มวลมนุษย์

สรรพคุณของต้นสมุนไพร (จากเอกสาร ฮานอย 2-9-1995 ถ่ายทอดจากต้นฉบับจริง)
   1. รักษาคนสูงอายุ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ทำงานหนัก เกิดประสาทหลอน
   2. รักษาเป็นไข้หวัด ความดันโลหิตสูง   ท้องไส้ไม่ปกติ
   3. รักษาอาการมีบาดแผล เคล็ด ขัดยอก กระดูกหัก
   4. รักษาอาการทางเดินอาหารไม่ปกติ
   5. รักษาอาการโรคกระเพาะอาหาร โรคเลือดออกในลำไส้   เกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ
   6. รักษาอาการคอพอก ตับอักเสบ
   7. รักษาอาการไตอักเสบ ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่นข้น
   8. รักษาอาการโรคมะเร็งปอดมีอาการปวดต่างๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รับประทานต่อไป                    
      100-200 ใบ อาการจะหายขาด
   9. รักษาโรคตาทุกชนิด   เช่น ตาแดง ตาต้อ ตาห้อเลือด
10. รักษาอาการมดลูกหย่อนของหญิงคลอดบุตรใหม่ได้ผลดี ช่วยให้มดลูกเข้าอู่
11. รักษาโรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ โรคประสาทอ่อนๆ (เพื่อเป็นการสนับสนุน
      เหตุผลโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งผู้เขียนก็เป็น จึงกินเข้าไปครั้งละ 5 ใบ เช้า-เย็น 1 วัน อาการ
      หน้ามืดหนักหัวหายไป รู้สึกสบาย เบาสมอง)
12. สามารถใช้กับสัตว์ได้ จากเอกสารระบุว่าใช้กับไก่ชนหลังจากชนไก่แล้ว ต้องการให้ไก่ฟื้นจาก
      อาการบาดเจ็บ ให้ไก่กินใบของต้นสมุนไพรฮว่านง็อก จะฟื้นตัวได้เร็ว

รายละเอียดในการใช้รักษาแต่ละโรค
   1. โรคกระเพาะอาหารเป็นแผล รับประทานครั้งละไม่เกิน 7 ใบ   วันละ 2 ครั้ง รับประทาน
       ติดต่อกันไปจนครบ 50 ใบ
   2. โรคเลือดออกในลำไส้ รับประทานใบสด 7-13 ใบ หรือคั้นเอาน้ำ วันละ 2 เวลา
   3. โรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่เป็นบิด รับประทานครั้งละไม่เกิน 7 ใบ วันละ 2 ครั้งรับประทาน
       ติดต่อกันไปประมาณ 100 ใบ
   4. โรคตับอักเสบ คอพอก รับประทานครั้งละ 7 ใบ วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันไปจนครบ 150 ใบ
   5. โรคไตอักเสบ ปวดเป็นประจำรับประทานครั้งละ 3-4 ใบ วันละ 3 ครั้ง ทานจนครบ    30 ใบ
   6. อาการท้องไส้ไม่ปกติ รับประทาน 7-14 ใบ 2 ครั้ง หาย
   7. ปวดเมื่อยตามร่างกาย รับประทาน   7-14 ใบ 2 ครั้ง หาย
   8. อาการปัสสาวะแสบ ปัสสาวะเป็นเลือด รับประทาน 14-21 ใบ คั้นเอาน้ำข้นๆ รับประทาน
   9. โรคตาแดง รับประทาน 7 ใบ และบด 3 ใบ ปิดที่ตา เวลานอน 1 คืน จะหาย
10. โรคความดันสูงจะลดทันทีเมื่อรับประทาน 5-9 ใบ (ผู้เขียนได้ทดลองด้วยตนเองดีสมราคาคุย)
11. แก้โรคเบาหวาน ผู้ชายรับประทานวันละ 7 ใบ ผู้หญิงวันละ 9 ใบ ภายใน 90 วัน หาย
12. ใช้กับสัตว์ เช่น ไก่เหงา เป็นอหิวาห์ หรือนิวคาสเซิล ให้ไก่กิน 2-3 ใบ ไก่ชนหลังจากการชน
        แล้วให้กิน 2-3 ใบ (น่าจะประยุกต์ใช้กับสัตว์อื่นๆได้)
13. สตรีหลังคลอด รับประทานวันละ 1 ใบ รับประทานทุกวันจะทำให้ฟื้นสุขภาพได้เร็ว

การรับประทานหรือกินใบสมุนไพร ให้กินก่อนอาหารเสมอ
                                                                                            
รวบรวมข้อมูลจากหนังสือเทคโลยีชาวบ้าน
                                                                                                  และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดยคุณทอม แม่โจ้


          
อ.พิมพ์ใจ  วัชรานุรักษ์  โทร.01-8122-098
เคี้ยวกินใบสดทุกวันๆละ 3-4 ใบรักษาความดันโลหิตสูงและอาการปวดเมื่อยร่างกาย
กินง่าย อร่อยเหมือนกินผักใบเขียวทั่วไป












สมุนไพรมาแรง  ฮว่านง็อก  (HUAN-NGOC)          
ลักษณะของต้น
   เป็นต้นไม้ชนิดใบอ่อน ปลายแหลมส่วนล่างของใบจะหยาบสีเขียวเข้ม ด้านบนสีเขียว                 อ่อน เป็นต้นไม้ที่มีใบมากซักหน่อยแตกกิ่งทรงพุ่มได้ดี  การขยายพันธุ์เพียงตัดยอดปักชำลงดินก็เกิดรากตั้งตัวได้เร็ว ย้ายลงปลูกในกระถาง ใส่ปุ๋ยพรวนดินรดน้ำก็จะเจริญงอกงาม
วิธีใช้
   ส่วนสำคัญคือ ใบ ใช้เคี้ยวกินสดๆ หรือคั้นและกรองเอาน้ำข้นๆ รับประทานหรือต้มเป็นน้ำแกงรับประทานก็ได้ ส่วนเปลือกและรากไม้ สามารถต้มกลั่นเป็นสุราได้ด้วย ใบไม้ไม่มีกลิ่นและรส สามารถต้มเอาน้ำใสๆ ดื่มได้ ส่วนการรับประทานมากหรือน้อย อยู่ที่ธาตุ หนัก-เบา ของแต่ละคน โดยทั่วไปจะรับประทานกัน 1-4 ใบ คนที่มีอาการหน้ามืดตาลายหลังรับประทานอาหาร 15 นาที จะหาย ให้รับประทานติดต่อกัน 7 วัน วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร
      จากหลักฐานคนไข้รายหนึ่ง หลังจากรักษาโรคมะเร็งตับจากยานานาชนิดไม่หาย เมื่อได้รับประทานใบสดของต้นฮว่านง็อก คนไข้มีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไม่น่าเชื่อจากการมีไข้สูงถึง 40 องศา ลดลงเหลือ 37 องศา การเจ็บปวดลดลงมาก ผิวหนังเคยเหลืองก็ลดลง หน้าท้องแฟบลง ตัวเบาทำให้คนไข้ลุกขึ้นมาสนทนาได้
      ทำไม คนไข้จึงฟื้นตัวเร็วขนาดนั้น หลังจากรับประทานได้ 20 นาที ยาได้ออกฤทธิ์รับประทาน 5 ใบ จะลดความเจ็บปวดได้ 3 ชั่วโมง รับประทาน 7 ใบ ลดได้ 5 ชั่วโมง เสมือนหนึ่งยาวิเศษเพราะคนไข้โรคตับได้เจ็บป่วยมาถึงวาระสุดท้ายแล้วกลับฟื้นและมีความหวัง ต้นฮว่านง็อกเป็นต้นไม้ใบยาที่มีคุณค่าสูงส่ง เป็นของขวัญจากสวรรค์ มอบให้แก่มวลมนุษย์
สรรพคุณของต้นสมุนไพร (จากเอกสาร ฮานอย 2-9-1995 ถ่ายทอดจากต้นฉบับจริง)
   1. รักษาคนสูงอายุ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ทำงานหนัก เกิดประสาทหลอน
   2. รักษาเป็นไข้หวัด ความดันโลหิตสูง  ท้องไส้ไม่ปกติ
   3. รักษาอาการมีบาดแผล เคล็ด ขัดยอก กระดูกหัก
   4. รักษาอาการทางเดินอาหารไม่ปกติ
   5. รักษาอาการโรคกระเพาะอาหาร โรคเลือดออกในลำไส้   เกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ
   6. รักษาอาการคอพอก ตับอักเสบ
   7. รักษาอาการไตอักเสบ ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่นข้น
   8. รักษาอาการโรคมะเร็งปอดมีอาการปวดต่างๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รับประทานต่อไป                    
      100-200 ใบ อาการจะหายขาด
   9. รักษาโรคตาทุกชนิด  เช่น ตาแดง ตาต้อ ตาห้อเลือด
10. รักษาอาการมดลูกหย่อนของหญิงคลอดบุตรใหม่ได้ผลดี ช่วยให้มดลูกเข้าอู่

11. รักษาโรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ โรคประสาทอ่อนๆ (เพื่อเป็นการสนับสนุน
      เหตุผลโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งผู้เขียนก็เป็น จึงกินเข้าไปครั้งละ 5 ใบ เช้า-เย็น 1 วัน อาการ
      หน้ามืดหนักหัวหายไป รู้สึกสบาย เบาสมอง)
12. สามารถใช้กับสัตว์ได้ จากเอกสารระบุว่าใช้กับไก่ชนหลังจากชนไก่แล้ว ต้องการให้ไก่ฟื้นจาก
      อาการบาดเจ็บ ให้ไก่กินใบของต้นสมุนไพรฮว่านง็อก จะฟื้นต้วได้เร็ว
รายละเอียดในการใช้รักษาแต่ละโรค
   1. โรคกระเพาะอาหารเป็นแผล รับประทานครั้งละไม่เกิน 7 ใบ  วันละ 2 ครั้ง รับประทาน
       ติดต่อกันไปจนครบ 50 ใบ
   2. โรคเลือดออกในลำไส้ รับประทานใบสด 7-13 ใบ หรือคั้นเอาน้ำ วันละ 2 เวลา
   3. โรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่เป็นบิด รับประทานครั้งละไม่เกิน 7 ใบ วันละ 2 ครั้งรับประทาน
       ติดต่อกันไปประมาณ 100 ใบ
   4. โรคตับอักเสบ คอพอก รับประทานครั้งละ 7 ใบ วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันไปจนครบ 150 ใบ
   5. โรคไตอักเสบ ปวดเป็นประจำรับประทานครั้งละ 3-4 ใบ วันละ 3 ครั้ง ทานจนครบ  30 ใบ
   6. อาการท้องไส้ไม่ปกติ รับประทาน 7-14 ใบ 2 ครั้ง หาย
   7. ปวดเมื่อยตามร่างกาย รับประทาน  7-14 ใบ 2 ครั้ง หาย
   8. อาการปัสสาวะแสบ ปัสสาวะเป็นเลือด รับประทาน 14-21 ใบ คั้นเอาน้ำข้นๆ รับประทาน
   9. โรคตาแดง รับประทาน 7 ใบ และบด 3 ใบ ปิดที่ตา เวลานอน 1 คืน จะหาย
10. โรคความดันสูงจะลดทันทีเมื่อรับประทาน 5-9 ใบ (ผู้เขียนได้ทดลองด้วยตนเองดีสมราคาคุย)
11. แก้โรคเบาหวาน ผู้ชายรับประทานวันละ 7 ใบ ผู้หญิงวันละ 9 ใบ ภายใน 90 วัน หาย
12. ใช้กับสัตว์ เช่น ไก่เหงา เป็นอหิวาห์ หรือนิวคาสเซิล ให้ไก่กิน 2-3 ใบ ไก่ชนหลังจากการชน
        แล้วให้กิน 2-3 ใบ (น่าจะประยุกต์ใช้กับสัตว์อื่นๆได้)
13. สตรีหลังคลอด รับประทานวันละ 1 ใบ รับประทานทุกวันจะทำให้ฟื้นสุขภาพได้เร็ว

อนึ่ง การรับประทานหรือกินใบสมุนไพร ให้กินก่อนอาหารเสมอ

ขอขอบคุณ คุณทศทิศ แก่นสุข
ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลโดยละเอียดของสมุนไพรฮว่านง็อก
ข้อมูลจากหนังสือเทคโลยีชาวบ้าน
                                                                                                  และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เขียนโดยคุณทอม แม่โจ้



ไม่ได้อัพเสียนาน วันนี้มีรูป กับวิธีกินมาฝากค่ะ
การกินเราใช้ใบสด เขียวๆ สีเหลืองไม่เอา มาเคี้ยวกิน3-4ใบ เช้า-เย็น
จากประสพการณ์ เคี้ยวแล้วมันเลี่ยน เมือกๆ คนกินยากๆพาลจะอ้วกเอาง่ายๆ
เลยลองเอาใบฮว่านง็อกมากินกับน้ำพริกดูค่ะ ได้ผลแฮะ น้ำพริกดับความเลี่ยนได้
เลยกินได้ตามเป้า อีกวันลองกินกับลาบ อ่าฮ๊า ใช้ได้เหมือนกัน

สำหรับผู้สนใจจะซื้อไปปลูก สอบถามได้ตามที่อยู่ที่ให้ไว้ด้านขวาของบล๊อกนะคะ
สำหรับกรุงเทพ นัดส่งของได้ค่ะ ต้นว่านลิงปลูกง่าย ไม่ยุ่งยาก ซื้อไปเอาลงกระถางได้เลย
แตกยอดใหม่ไว ปลูกใช้ต้นเดียวคุ้มค่าสุดๆ

แผนโบราณ
Unregistered

[ 58.8.189.172 ]
03 ก.พ. 52  23:20:08 น. # 108

ภูมิปัญญาคนไทยสมัยก่อนครับ ซุปหน่อไม้เขาจะใส่น้ำใบย่านาง เพื่อช่วยลดยูริคในหน่อไม้ เพราะฉะนั้น เอาใบย่านางมาปั่นแล้วกรอง ดื่ม วันละ สามแก้ว เช้า กลางวัน เย็น หายมาหลายคนแล้วครับ ที่สำคัญ เมื่อหายแล้วควรเลิกทานแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยยูริค ไม่ต้องไปหาหมอเสียตังค์แพงครับ ใบย่านางถูกมาก ที่บ้านมีเยอะมากครับ

ภรรยาที่รัก
Unregistered

[ 118.173.157.149 ]
11 มี.ค. 52  13:28:19 น. # 109

อยากทราบเมนูอาหารต่างๆ ที่คนเป็นโรคเก๊าท์ทานได้หน่อยค่ะ ไม่รู้จะทำอะไรให้สามีทานดีค่ะ

Djew40
Unregistered

[ 222.123.87.249 ]
05 เม.ย. 52  17:27:49 น. # 110

ผม 7.8 เพิ่งได้รับการฉีดยา และทานยาวันละ 1 เม็ด( 30 เม็ด ก็ 1 เดือน) และอมยาแก้ปวดและอักเสบข้อและกล้ามเนื้อ เมื่อเย็นวานนี้เอง (ข้อเท้าบวม เดินคล้ายคนเป็นฝี..) และทราบว่า โรคเก๊าท์(ยูริคสูง) กับ โรคความดัน มักจะคู่กัน ผมเลยค้นคว้าและจับคู่ทั้ง ยูริคสูง และความดันสูง พบว่า อาหาร,ผัก หรือผลไม้ ที่ทานแล้ว มีประโยชน์ทั้ง 2 โรค รวมโรคอ้วนด้วย ต้องเป็นอาหารที่มีใยอาหารมาก อาทิเช่น กระหล่ำ, ข้าวกล้อง, มะม่วงดิบ, สปาเกตตี้, มักกะโรนี, พุทรา, มะละกอสุก, กล้วย, ผักกระเฉด, แอบเปิ้ล, ถั่วฝักยาว, กระเทียม, แครอท, ฝรั่ง
สำหรับ ความดันโดยตรง ที่เน้นๆ คือ กล้วย, มันฝรั่ง, ผักใบเขียว, ขึ้นฉ่ายฝรั่ง (เซเลอรี่ Celery) น้ำบัวบก, กระเจี๊ยบแดง ที่สำคัญสำหรับยูริคสูง ให้ระวังถั่วทุกชนิดครับ แค่นี้ก่อนน๊ะครับ ขอไปต้มสุกี้(ผักกาดขาว+ผักบุ้ง(ต้อง)จีน+น้ำเปล่าใส่ซีอิ้วน้อยๆ) ราดด้วยน้ำจิ้มสุกี้สำเร็จตามห้างก็อร่อยแล้ว

รักสุขภาพ
Unregistered

[ 125.25.240.186 ]
16 พ.ค. 52  23:33:55 น. # 111

กรดยูริคต่ำ (3.5)  จะทำอย่างไรดีคะ

เพิ่งหาความรู้
Unregistered

[ 202.29.60.210 ]
10 มิ.ย. 52  17:10:41 น. # 112

เพิ่งได้ค้นข้อมูลเกี่ยวกับโรคเกาท์ใน Internetวันนี้เอง เขาว่าให้ทานพวกไข่ไก่ แล้วไข่ไก่ไม่มีไอ้ที่ว่ากำลังแบ่งตัวเพื่อการเจริญเติบโตหรอกหรือ?

หมอชาวบ้านนะ
Unregistered

[ 125.27.86.16 ]
20 มิ.ย. 52  14:02:48 น. # 113

อ่านกันเอาเองนะจ๊ะว่า ยูริคแอซิด นั้นมีคุณประโยชน์ที่ร่างการมนุษย์จะขาดมิได้ทีเดียว
แล้วที่ออกมามากๆเวลาตรวจปัสสาวะนั้นก็เพราะไตบกพร่องนะจ๊ะ ร่างกายจะกัก ยูริคแอซิดไว้เป็น สารแอนติ้ออกซิแดนซ์ และที่เป็นโรคเก๊าท์มันมีความบกพร่องอื่นๆผสมเข้ามาจ้า

In humans and higher primates, uric acid is the final oxidation (breakdown) product of purine metabolism and is excreted in urine. In most other mammals, the enzymeuricase further oxidizes uric acid to allantoin. The loss of uricase in higher primates parallels the similar loss of the ability to synthesize ascorbic acid.

Both uric acid and ascorbic acid are strong reducing agents (electron donors) and potentantioxidants. In humans, over half the antioxidant capacity of blood plasma comes from uric acid.

In humans, aติ้้bout 70% of daily uric acid disposal occurs via the kidneys, and in 5-25% of humans impaired renal (kidney) excretion leads to hyperuricemia.

หมอคนเดิม
Unregistered

[ 125.27.86.16 ]
20 มิ.ย. 52  14:10:12 น. # 114

อยากตอบเรื่องไข่ไก่ด้วยว่า อันว่าไข่ 1 ฟอง นั้นเป็นเซลล์เดียวนะจ๊ะหมายความว่ามีโครโมโซมแด่ 1 ชุด ก็คือ %DNA -RNA แค่ 1 ชุด ก่อนการแบ่งตัวเป็นหลายๆ เซลล์ซึ่งจะเกิดขึ้นในระยะฟักไข่เท่านั้น

คนเดิมอีกที
Unregistered

[ 125.27.86.16 ]
20 มิ.ย. 52  14:25:14 น. # 115

คนที่ตรวจพบยูริคแอซิดน้อย( 3.5 หรือ 4 มันก็ครือกัน น่าจะเป็นความคลาดเคลื่อนของผลการทดลอง) อาจเป็นพวกไตดีมากๆ กักกรอง ไว้ได้เป็นปกติ
เพราะถ้าร่างกายขาดสมดูลย์มากมีกรดยูริคแอซิดในน้ำเหลืองต่ำเกินไปน่าจะมีอาการเจ็บไขอื่นๆ ที่รุนแรงได้ (ขาดแอนติ้อ๊อกซิแดนซ์ขนาดหนัก) ละเอียดลึกกว่านี้ต้องสืบประวัติและปรึกษาหมอเฉพาะทางเท่านั้นจ้า

sutthanon
Unregistered

[ 202.57.146.188 ]
04 ก.ค. 52  20:26:32 น. # 116

ผมมีกรดยูริค ประมาณ 10.4 และมีอาการปวดขาข้างซ้ายทั้งขามาเป็นเวลากว่า 10 ปี
อยากทราบว่ามันเกี่ยวกันหรือเปล่า เมื่อยมากๆเลย

ใครตอบได้ ช่วยส่งคำตอบไปที่ sutthanon18@hotmail.com ขอบคุณครับ

miracle herb
Unregistered

[ 58.9.110.108 ]
09 ก.ค. 52  17:28:13 น. # 117

กินบอระเพ็ด ก็ สามารถ ลดกรดยูริคได้คะ  ลองกินดูนะคะ

เก๊าต์
Unregistered

[ 58.9.110.108 ]
09 ก.ค. 52  17:32:31 น. # 118

ก็ใช่นะ  สมุนไพร ของไทย ดีดี ก็มีเยอะแยะ

หว่อง
Unregistered

[ 125.24.67.178 ]
18 ก.ค. 52  18:01:44 น. # 119

เมื่อวานผมกินถั่วโก๋แก่ วันนี้บ่ายๆ ก็มีอาการปวดเลยครับ
ก็เลยมาหาข้อมูลในเน็ตดู อ่านแล้วได้ประโยชน์มาก
ต่อไปจะเลิกกินถั่วครับ

pim
Unregistered

[ 115.31.138.50 ]
24 ก.ค. 52  12:56:08 น. # 120

มีผลึกกรดยูริคนูนขึ้นมา แต่มีอาการปวดข้อเล็กๆ น้อย ๆ ไม่ทราบว่าต้องกินยาลดกรดยูริคหรือไม่ ถ้าไม่กินยา ควบคุมเรื่องอาหารผลึกที่เป็นอยู่จะหายไปหรือเปล่าคะ
กังวลมากเลยค่ะ

กุมภจันทร์
Unregistered

[ 61.19.219.150 ]
06 ส.ค. 52  10:33:37 น. # 121

ตรวจสุขภาพ -
ได้ดาว 2 ดอก คือ คอเรสตอรัล 213 จาก 167
และมีกรดยูริค 5.1 ยังไม่เกิน แต่รู้สึกเป็นกังวลจังค่ะ

สำหรับพฤติกรรมการกินนะคะ

เช้า - กาแฟดำ 1 1/2 ช้อน น้ำตาลอิควล 1 ซอง

กลางวัน - อาหารมังสวิรัติที่ทำงาน (ผัดผักบล็อคโครี่,แกงส้ม,น้ำซุปสาหร่าย)

มื้อเย็น - (เดือนมิถุนายน - สิงหาคมงดข้าวเย็นค่ะ) เมื่อก่อนกินข้าวเย็นทุกวัน บางวันก็ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว

เป็นคนดื่มเหล้าบ้าง ดื่มไม่บ่อยแต่ดื่มหนักมาก ดื่มตอนเที่ยวป่าก็ติดกัน 4-5 คืน (เฉลี่ยแล้วปีนึงรวมกันดื่มเหล้าไม่น่าจะถึง 20 วัน)

เสาร์ - อาทิตย์ - แกงใต้ ส้มตำ น้ำตก แกงอ่อม (แล้วแต่ว่าอาทิตย์ไหนอยากกินอะไร) แต่ที่ไม่พลาดจะเป็นน้ำอัดลม และขนมขบเคี้ยวอีกวันละห่อ ห่อละ 20 บาท)



นี่คือพฤติกรรมการกินค่ะ แต่ช่วงมิถุนายน - สิงหาคมมาเนี่ย จะงดข้าวเย็น และกินผัก-ผลไม้มากขึ้น ส่วนน้ำอัดลมกับขนมยังกินอยู่ แต่ลดลงจากแต่ก่อนครึ่งนึง


ตรวจสุขภาพเดือนกรกฏาคม เป็นช่วงที่เราควบคุมอาหาร อย่างนี้แสดงว่ามันกรดยูริคกับคอเรสตอรัลมันตกค้างและสะสมอยู่ในร่างกายใช่มั้ยคะ แล้วจะต้องทำยังไงบ้างคะ อยากให้ตัวเองสุขภาพแข็งแรงโดยไม่ต้องพึ่งยาน่ะค่ะ ขอคำแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ


ข้อมูลทางกายภาพ

อายุ 28.6 ปี
ส่วนสูง 170 ซม.
หนัก 67 กก.

ใบไม้
Unregistered

[ 202.149.25.234 ]
08 ส.ค. 52  22:41:12 น. # 122

อยากรุ้ว่า ถ้ารับประทาน อาหารเสริมจำพวก น้ำมันรำข้าว จะมีผลทำให้กดยูริค ในร่างกายเพิ่มหรือลด ค่ะ ใครพอจะรู้บ้างมั้ยค่ะ ช่วยตอบให้หน่อยค่ะ ..ขอบคุณค่ะ

หนึ่ง
Unregistered

[ 202.176.164.234 ]
11 ส.ค. 52  22:48:54 น. # 123

เมื่อวานเย็นกินไก่ทอดเองน้ำมันใหม่ไม่ไหม้ประมาณครึ่งโลซื้อมาจากคาร์ฟู                

เป็นส่วนของอกก็เลยคิดว่ามันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ปวดหัวจี๊ดๆด้านหลังเป็นช่วงๆทั้งเพื่อนที่กินด้วยอีกคนก็เป็นแต่เมื่อคืนนอนตื่นมาไม่ได้หนุนหมอนทั้งสองแต่ไม่เจ็บคอนะครับก็เลยคิดโทษไก่เพราะอกไก่เป็นส่วนที่มีการขยายเซลได้ซึ่งก็จะมีกรดยูริคสูง

เย็นกินไก่
ผักบุ้งไฟแดง
แกงเขียวหวาน


ตอนนี้ยังปวดหัวจี๊ดๆ เดี๋ยวลองนอนคืนนี้ดื่มน้ำมากๆดูว่าจะหายไหม

??????เป็นไปได้ไหมที่กินไก่เพราะผมก็ไม่ค่อยจะกินอยู่แล้วสัตวปีกก่อนหน้านั้นสองวันกินไก้เคเอฟซีนิดหน่อยแต่ครึ่งปีจะกินไก่ซักทีแต่ไขไก่กินบ่อย

skywalker
Unregistered

[ 124.120.167.37 ]
19 ส.ค. 52  17:14:50 น. # 124

เฮ้อ....เป็นกานเยอะ ทีเดียวเชียวนะนี่  ผมน่ะเป็นเก๊าท์ มาสิบกว่าปีแล้วครับ  เป็นตั้งแต่อายุ 17 แนะ   จากเคยเป็นนักฟุตบอล ก็เลยมาเป็นกองเชียร แล้ว ล่ะครับ  อาหารที่ห้าม ตอนแรกๆ ผมก็ควบคุม ความยากได้บ้าง น่ะครับ อย่าง KFC นี่ไม่ได้ ตังค์ ผมเลย ล่ะ อิอิ แต่ก้ห้ามกินโน่นนี้ ซะ จน จะไม่มีไรที่กินได้ เลย  เช่น ห้ามกิน หน่อไม้ ห้ามกิน ยอดผัก ยอดสาวงาม??  อารายต่างๆนาๆ  ตอนนี้ ผมก็กินนะครับ บางที่การดำรงชีวิตเรา ก้เลือกหรือหาอาหารสำหรับคนเป็นเก๊าท์ได้อยาก  เช่นไปกินข้าวกลางวันกับเพื่อนร่วมงาน ครั้นเราจาบอกว่ากินโน่นนี่ ไม่ได้  ก็พอดี ก็ไม่ต้องกินแล้ว  ผมก้เลยต้องกินยาลด ยูริค  ไปด้วย  กินติดต่อกัน 1-2 เดือน แล้วหยุด 1-1.5 เดือน  เพื่อไม่ให้ร่างกาย พึ่งยา มากเกินไป  ดื่มน้ำวันละมากๆ ไม่เล่นกีฬา ที่จะทำให้ข้อพลิก เพราะนั่นจะเป็นจุดเกิดเหตุ ต่อไปในอนาคตแน่นอนทีเดียว     แต่ ผม กำลัง มองว่า หากว่า เรา ไม่สามารถ ขจัดปัญหาต้นเหตุที่มาของการเกิดกรดยูริคได้  เราก็ควรแก้หรือ ขจัด กรดยูริค ที่ มากเกินความจำเป็นออกไป อาจจะใช้ยา ในระยะนี้ เนื่องจาก ผมยังวิจัยยังไม่สำเร็จ เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยี เข้ามากำจัดกรดยูริค  หรือกำจัดได้แม้กระทั่ง น้ำตาลในเลือด ไวรัส ต่างๆ พญาธิต่างๆ เชื้อโรคหรือ สิ่งที่ไม่มีประโยชนื ต่อร่างกาย  เหล่านี้จะถูกกำจัดออก ด้วยเครื่องๆนึง ขนาด อาจจะเล็กมากพอที่ จะฝังเข้าไปในเส้นเลือดได้   ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากในการรักษาโรคต่างๆ  ที่เกี่ยวกับ กระแสเลือด

ขอพระพุทธให้พร ผม ทำสำเร็จ เพื่อ มวล มนุษยชาติ

tle
Unregistered

[ 125.26.229.139 ]
10 ก.ย. 52  19:11:40 น. # 125

ขอถามหน่อยนะครับ

วันเเรกไปออกกำลังกาย วิ่งจ็อกกิ้งแล้วรู้สึกว่าขาเคล็ด ที่ข้อเท้าด้านซ้าย

วันที่ 2 ขายังเคล็ดอยู่ แต่ไปกินเหล้า เบียร์ กินเนื้อย่างเยอะอยู่เหมือนกัน

วันที่ 3 ตื่นเช้าขึ้นมาปวดข้อเท้ามาก ปวด เเบบขาข้างซ้ายเดินไม่ได้เลย

วันที่ 4 ซื้อยาคลายกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และแก้อักเสบมากิน และยาทามาทา

วันที่ 5 หายปวด แต่รู้สึกขัด ๆ ปวดหน่อยเหมือนจะหาย เลยไปกินเหล้า ปรากฎว่าเท้าบวมขึ้น

วันที่ 6 ข้อเท้าบวมมาก แต่ค่อยไม่ปวด เลยไปหาหมอ หมอให้ยามากินแล้วให้ไปตรวจเลือด

ปรากฎยูริคในเลือด 8.8 มล

ตอนนี้ผมอายุ 27  เป็นคนสูงใหญ่ ตอนนี้เท้าบวม มา 3 วันเเล้วยังไม่ยุบเลย เเต่ไม่ค่อยปวดนะ อยากรู้เหมือนกันว่าผมจะเป็นโรค เก๊าท์รึเปล่าครับ

kartking
Unregistered

[ 116.58.231.242 ]
13 ก.ย. 52  14:04:59 น. # 126

แล้ว6.1นี่ถือว่าเป็นเปล่าครับป๋าลูเห็นเป็นกัน8,9,10กว่าทั้งนั้น
ผมตรวจเลือดแล้วแจ้งผลมาทางน้องสาวๆบอกให้งดสัตว์ปีกยอดผัก
ก็เลยงงๆว่าตูเป็นเหรอเนี่ย

คนดื่มน้ำย่านาง
Unregistered

[ 125.24.183.127 ]
09 ต.ค. 52  16:51:39 น. # 127

หนังสือ ย่านาง สมุนไพรมหัศจรรย์ มีขายที่ร้านมังสะวิรัต จตุจักร เล่มละ 12 บาท ของหมอ เขียว และมีหนังสือรักษาสุขภาพ ที่เกียวกับประโยชน์ของย่านาง

เรย์
Unregistered

[ 203.114.112.210 ]
16 ต.ค. 52  10:12:23 น. # 128

นำใบยอดสดมาปั่นคั้นเอาแต่น้ำกิน วันละ 1 ถ้วย หายปวดภายใน 2 ชม. ดื่มทุกวันซัก 3 เดือน ก็จะหายขาดจากโรคเก๊าต์ได้ครับ

artichokes
Unregistered

[ 110.164.103.55 ]
16 ต.ค. 52  15:56:53 น. # 129

Artichoke (ATISO, actiso) อาร์ติโช๊คบำรุงตับไตถุงน้ำดี
อาร์ติโช๊ค (Cynara scolymus) เป็นพืชที่นิยมปลูกในต่างประเทศ เฉพาะภูเขาสูงมากกว่า 1,500 เมตร เท่านั้น ปี 2513 นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรป ได้ค้นพบสารไซนาริน ” มีคุณค่าทางอาหาร และยา นำมาบริโภคสด หรือปรุงอาหารได้ทุกส่วน หรือนำมาสกัดสารไซนาริน(Synarin) รับประทานเพื่อบำรุงรักษาสุขภาพได้ดี”  ในยุคโบราณอาร์ติโช๊คเป็นอาหาร และยารักษาโรคของชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมัน และเป็นเมนูอาหารที่สำคัญในทุกงานเลี้ยงของกรุงโรม นอกจากจะเป็นอาหารเสริม แล้วยังมีสรรพคุณทางยา ดังนี้
1. ช่วยบำรุง กระตุ้นการทำงานของตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ในการสกัดสารพิษ หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากกระแสโลหิต สร้างน้ำดีและน้ำย่อย และเปลี่ยนแปลงหรือสร้างสารอาหาร ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย
2. กระตุ้น การสร้างน้ำดีของตับ ทำให้มีประสิทธิภาพในการลดไขมัน (Chloresteral) ในเลือด ช่วยให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานดี ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน
3. เสริมสร้างการทำงานของถุงน้ำดี ช่วยสร้างน้ำดีป้องกันถุงน้ำดีอักเสบ ซึ่งมักเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก ทำให้ระบบการย่อยอาหารดี ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก
4. ช่วยป้องกันตับอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคดีซ่าน  และโรคตับแข็ง (Cirrhosis)  ในประเทศบราซิล อาร์ติโช๊ค เป็นยาสมุนไพรพื้นฐาน ที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยของตับ และโรคอื่นหลายโรค ได้อย่างกว้างขวาง เช่น โรคโลหิตจาง เบาหวาน ไข้ รักษาบาดแผล และเกาต์

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม
www.artichokeliver.com หรือ
www.smethai.com/shop/gms
Tel:  02 - 888 - 9954, 081 – 627 1521  คุณวัลลภา

cute
Unregistered

[ 58.9.190.227 ]
22 ต.ค. 52  21:05:35 น. # 130

uric acid มีวธีการตรวจกันยังงัยค่ะอยากรู้มากๆ

ลองคิดดู
Unregistered

[ 58.9.149.31 ]
21 พ.ย. 52  20:17:59 น. # 131

ถามคุณ lucifer ครับ

เป็นไปได้ไหมว่า Uric Acid Crystals จะเป็นสาเหตุของ Plantar Fasciitis

นพพร
Unregistered

[ 124.121.34.247 ]
22 พ.ย. 52  01:22:01 น. # 132

มีคนบอกว่าให้กิน มะเขือขื่น จะช่วยลดกรดยูริคได้ดีมาก เขาเป็นหมอสมุนไพรที่เคยจัดรายการทางช่อง 11 เมื่อก่อน ลองดูนะครับ

TangTo
Unregistered

[ 112.142.82.144 ]
26 พ.ย. 52  20:54:46 น. # 133

ข้อมูลดีๆของชาวเก๊าต์เยอะเลยครับ !!!

ขอแชร์ด้วยคนนะครับ.. ผมเป็นคยหนึ่งที่เป็นเก๊าต์มากว่าสิบปีแล้วครับ จนปัจจุบันไม่มีปวดแล้วละครับ จากกรดยูริคที่ 11 กว่าๆ จนมาเหลืออยู่ประมาณ7 โดยทานยาหมอมาตลอด ก็ยังเป็นๆหายๆ จนกระทั่งมาทาน น้ำมันรำข้าววันละ 6 เม็ด ประมาณ2เดือน ก็ไม่มีอาการเจ็บอีกเลย
คิดว่าน้ำมันรำข้าวสามารถช่วยได้ครับ ปัจจุบันก็มี ดื่มเบียร์ ทานไก่ได้ และหยุดทานยาหมอแล้วก็ไม่มีปัญหาครับ.

เปรม
Unregistered

[ 118.173.160.116 ]
02 ธ.ค. 52  19:38:46 น. # 134

มีอาการปวดตามข้อนิ้วมือ ข้อเข่า และ ข้อเท้า อากาศหนาวก็จะปวดมาก เป็นมาประมาณ 1 อาทิตย์ จะมีผื่นแดงตามแขน ขา ฝ่ามือและฝ่าเท้าไม่เคยตรวจเลือดเลย รับประทานอาหารหลากหลายชนิดไม่มากไม่น้อยไป จะเป็นอาการเตื่อนจากการมีกรดยูริคมากหรือเปล่า

kp.s สมาชิกใหม่
Unregistered

[ 202.28.219.90 ]
03 ธ.ค. 52  11:50:07 น. # 135

ขอบคุณทุกท่านท่ให้ความรู้มากมายค่ะ พอดีตอนนี้ สามีเป็นอยู่อ่ะค่ะ ยูริก 9.5  เบาหวาน ความดันสูง และมีภาวะหัวใจโตด้วย ต้องคุมอาหารและปรับพฤติกรรมการกินอยู่ใหม่ เค้าอายุ 55ปีค่ะเคยเป็นนักกีฬาด้วยนะคะ ทำงานใช้ความคิดเยอะค่ะ สงสารมากๆ
จากคนที่ชอบกินอาหารและกินได้ทุกอย่าง  ต้องคอยดู คอยห้ามกันตลอด กลายเป็นคนขี้บ่นไปเลยค่ะ อยากให้เค้าอยู่กับเราและลูกนานๆ  เผลอๆเราอาจตายก่อนเพราะเครียด  อาหารก็จัดยากเพราะของห้ามเยอะมาก แต่ก็จะพยามหาข้อมูลจากหลายที่ค่ะ พอเจอตรงนี้ชอบมากเลยค่ะหลายท่านให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากๆ ขอบคุณมากนะคะ

ศรัทธาในความจริง
Unregistered

[ 117.47.159.109 ]
08 ธ.ค. 52  21:42:54 น. # 136

ข้อนิ้วโป้งเท้า (ข้อโค่นนิ้ว) ผมบวมแดงร้อน ปวดเจ็บอยู่ 2 วัน ไปหาหมอที่โรงพยาบาลมา หมอให้ยาลดบวมอักเสบมากินวันเีดียวดีขึ้นมาก นัดตรวจอีกทีมาเมื่อวานเจอ Uric acid 7.5 หมอบอกสัณนิฐานว่าเป็นเก๊าต์ ให้ยาลด uric acid มากินต่อทุกวันวันละเม็ด นัดเจอทุก 3 เดือน...ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็เซ็งเป็ดเลย... ตอนนี้เซ็งเป็ดอย่างเดียวไม่้ได้แล้ว....ปีนี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลยเป็นโน่นเป็นนี่ ...เฮ้อ...ไปเที่ยวดีก่าปลายปีแล้ว ตอนนี้พยายมไม่เครียด อารมณ์ดี หัวเราะบ่อยๆ จะเป็นยาวิเศษ
พระพุทธาจารย์โต กล่าวไว้ว่าให้หมั่นสร้างบุญบารมีไว้ เมื่อยังไม่ถึงเวลาสิ่งใดก็ช่วยเราไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงเวลาทั่วฟ้าจรดใต้ผืนดิน อะไรก็ต้านเจ้าไม่อยู่

Kris
Unregistered

[ 125.24.1.101 ]
13 ธ.ค. 52  20:06:08 น. # 137

Comment สุดท้ายข้างบนนี่พึ่งไม่กี่วันมานี้เอง หวังว่าจะมีคนอ่านอย่างต่อเนื่องนะครับ

และหวังว่าคุณ comment #30 จะเข้ามาอ่าน comment ผมนะครับ
ผมก็หายใจไม่ทั่วปอดเหมือนกัน ตรวจทุกอย่างแล้ว (i.e. xray ปอด และเป่าลมดูการทำงานแล้ว) ไม่มีอะไรผิดปกติ รู้สึกแย่มากครับถึงขนาดสั่งเสียลูกเมียแล้ว หาหมอมาหมดแล้วจนมาพบหมอท่านนึง หลังจากที่ผมทนทรมานมาเกือบ 2 เดือน ท่านให้ยาสำหรับ กรดไหลย้อนมา ตอนนี้ดีขึ้นมากครับแทบหายแล้ว

ผมพึ่งพบว่าผมมีกรดยูริคสูง 8 ไขมันในเลือดก็สูง แย่เลยครับ ก็เลยมาหาดูข้อมูลว่าอะไรทานได้อะไรทานไม่ได้ ทีนี้ยังสงสัยว่า นมถั่วเหลืองนี่ทานได้ไหมครับ ท่านใดเป็นหมอช่วยตอบทีครับ

ลอยลม
Unregistered

[ 125.26.228.158 ]
15 ธ.ค. 52  00:25:44 น. # 138

อ่านบอร์ดนี้แล้วได้ความรู้เยอะเลย
    
      ผมเพิ่งตรวจสุขภาพประจำปีมาครับ ยูริค ในเลือดอยู่ในระดับ 15.9 สูงมากเลย ถ้าเปรียบเทียบกับเพื่อน ๆ ที่ปรึกษา แต่ผมยังไม่มีอาการปวดข้อน่ะครับ แต่ปวดเหนือหัวเข่าทั้งสองข้างมาก ๆ เลย ตอนนี้ผมเริ่มกินยาที่ รพ.ให้มา กินทีไรมีอาการเหมือนเวียนหัว มึน ๆ แล้วก็เจ็บคอ ไม่ทราบว่าผมแพ้ยาหรือเปล่าครับ เรียนถามอีกอย่างน่ะครับ กรมยูริค สามารถขับออกจากร่างกายได้ด้วยวิธีใดบ้างครับ ฟอกเลือดสามารถแก้ได้ไหมครับ

่่
Unregistered

[ 211.198.44.109 ]
08 ม.ค. 53  00:17:42 น. # 139

ได้รับความรู้มากเลยค่ะ เพราะสงสัยว่าเป็นโรคนี้อยู่ แต่ก็เป็นคนชอบออกกำลังกาย ทานเยอะแต่ปวดข้อเข่าข้อเข่ารู้สึกจะมีน้ำอยู่ข้างใน ไปหาหมอ หมอก็ดูดน้ำเหลืองออกมาจากข้อเข่าแต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไรเพราะสื่อสารกันคนละภาษาค่ะ แต่หมอก็รักษาให้ดีค่ะ เกี่ยวกับการดื่มเหล้ามากหรือเปล่าค่ะ และน้ำเหลืองที่ดูดมาจากข้อเข่าคืออะไร ใครตอบได้ช่วยด้วยค่ะ เพราะอยู่ต่างแดนฟังหมอไม่รู้เรื่องค่ะ

คนรักสุขภาพ
Unregistered

[ 110.164.100.199 ]
21 ม.ค. 53  08:04:34 น. # 140

ระดับกรดยูริคที่ต่ำ (2.8mg/dl) มีผลอย่างไรต่อสุขภาพครับ

พลภัทร
Unregistered

[ 125.25.90.137 ]
02 ก.พ. 53  14:07:06 น. # 141

ผมพึ่งเข้ามาในเว็ปนี้เป็นครั้งแรกมีประโยชน์ดีมาก สนใจอยากเห็นรูปต้นฮว่านง็อก (พญาวานร) ช่วยลงรูปให้ดูด้วยครับ เพราะสรรพคุณเยอะมากๆๆๆๆๆๆ

ตะวัน
Unregistered

[ 118.173.235.110 ]
06 ก.พ. 53  22:16:29 น. # 142

วันนี้ ผมไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา มา ผลปรากฎว่า ค่า กรด ยูริค ตรวจได้ 8.0 ซึ่ง เกินเกณฑ์มาตฐาน (ไม่เกิน 7 กว่า) คุณหมอแนะนำให้ออกกำลังกายบ่อย ๆ งดอาหารจำพวกยอดพัก เนื่อสัตว์ปีก เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ น้ำอัดลม อีกสองเดือนจะไปตรวจติดตามว่าเป็นอย่างไรบ้าง (ผมเพิ่งอายุ 29)

jimm
Unregistered

[ 119.31.67.19 ]
14 ก.พ. 53  18:05:55 น. # 143

ผมเป็นเก๊าต์มา 3 ปีกว่าละครับ ช่วงปีเเรกๆ ก็ปวดบวมบ่อยครับ พอปี 52-53 มานี้ ไม่ปวดครับ เเต่มีอาการขัดๆเพิ่มเติม ตรงบริเวณนิ้วมือ ทั้งสองข้าง คือ ขัดบ้าง ชาบ้างครับ ไม่ได้ตรวจยูลิคมาเกือบ 3 ปีเเล้วครับ นี่เเสดงถึงความชล่าใจไปปะครับ เห็นเค้าบอกว่าส่วนมาก คนที่เป็นเก๊าต์เเล้วเสียชีวี มาจากสาเหตูของ ไตร่วมด้วย นั่นหมายถึง คนเป็นเก๊าต์สักกี่เปอร์เซนต์ถึงจะเป็นไตครับ - สำหรับความรู้สึกตอนนี้ผมอายุ 36 เเล้วครับ - ในใจคิดว่าเก๊าต์ไม่อันตราย - อยากถามครับ ว่าอาการ ขัด ชา เเล้วปวดเล็กน้อยตรง ข้อมือนี่ ส่งสัญญาณอะไรเหรอครับ ขอบคุณครับ

เด็กพิดโลก
Unregistered

[ 202.149.25.225 ]
10 เม.ย. 53  21:38:42 น. # 145

สวัสดีครับ ผมพึ่งค้นพบบอร์ดนี้ครับ เหมือนพระเจ้าทรงโปรดครับ ผมเองแพทย์ได้ลง Diag ว่าเป็นเก๊าท์ เวลาปวดทรมานมากต้องไปฉีดยาแก้ปวดตลอด แล้วมันก็หายยยยยยยยยยยย....ไปสักพัก แล้วก็กลับมาใหม่ตอนกินของแสลง ผมได้อ่านข้อมูลจากท่านนึงในบอร์ดนี้บอกว่าน้ำย่านางช่วยไ้ด้ ก็น่าจะจริงนะครับ เพราะผมได้รับวิทยาทานจากอาจารย์ท่านนึงบอกว่า ให้นำย่านางมาคั้นแล้วกินสดๆ หรือนำใบย่านางมาตากแห้ง (ห้ามเวฟ) แล้วน้ำมาป่นจนละเอียดเป็นผง ผสมกะน้ำผึ้งครับ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดนิ้วก้อยครับใส่ตู้เย็นไว้ (กันรา) กินวันละสามเวลา สองถึงสามเม็ดต่อครั้ง แต่อยากจะเตือนเรื่องสมุนไพรครับ ว่าถ้าสมุนไพรชนิดเดียวห้ามกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะจะทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย ควรกินเว้นสัปดาห์ครับ ระหว่างช่วงที่เว้นการกินควรจะต้มน้ำรางจืดกินด้วยเพราะ รางจืดช่วยลดสารพิษในร่างกายครับ ถ้าใครไม่มีรางจืดก็สามารถเอามะละกอดิบมาต้มกินน้ำเปล่าๆ ก็ช่วยขับสารพิษได้ครับผม

สิริยากร
Unregistered

[ 180.183.117.17 ]
05 พ.ค. 53  02:51:33 น. # 146

เพิ่งอ่านพบ  ขอบคุณทุก ๆ ท่านมากๆ ค่ะ ที่มาแชร์ประสบการณ์ให้เราได้รู้เท่าทันโรคภัยกันค่ะ  ดิฉันตรวจพบกรดยูริคในเลือดได้ค่า 7.8  ซึ่งมากกว่าปกติ 1.8  ตอนที่ยังไม่ไปตรวจก็มีอาการปวดตามข้อแขน ข้อเข่า และชาตามนิ้วมือ ปวดตามหัวไหล่บ้าง  ก็ยังนึกว่าตัวเองเป็นโรคอะไรเนี้ยะ ทรมานมาก  ยังทานอาหารตามปกติ ชอบมากคือ เครื่องในสัตว์ ไข่ปลา แตงกวา ถั่ว  ชะอม และโดยเฉพาะหน่อไม้   พอมาอ่านเจอ อุ๊แม่เจ้า  อาหารต้องห้ามมีเยอะมั่กๆ  แต่ก็ต้องจดไว้และจะพยายามลดลงให้ได้ค่ะ และจะดื่มน้ำให้มาก ๆ ปกติก็ดื่มมากอยู่แล้ว  แต่ภาคเหนือไม่ค่อยมีใบย่านางเลยค่ะ  ถ้าให้กินแบบสำเร็จมีใครทำขายหรือเปล่าคะ  

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากทุก ๆ ท่าน ขอให้ทุก ๆ ท่าน จงมีสุขภาพแข็งแรง ไร้โรคภัยไข้เจ็บด้วยกันทุก ๆ คนนะคะ

ใจแม่..ที่รักลูก
Unregistered

[ 118.172.231.202 ]
10 พ.ค. 53  23:06:47 น. # 147

คุณ paak คะ ดิฉันได้อ่านข้อความที่ post ไว้  แล้วอยากคุยด้วยค่ะ เพราะลูกสาวเป็นโรคเดียวกับคุณ snsa รักษามา6 รพ.แล้ว เป็นมาประมาณ 1 ปี ปวดทุกวัน มีปวดมาก กับปวดน้อย หาหมอมาหลายหมอแล้วไม่ดีขึ้น อยากทราบ รพ.ที่คุณไปรักษาใช่ที่หลังสวน ชุมพรหรือเปล่าคะ ที่มีคุณพ่อคนหนึ่ง post ไว้   หรือรพ.ไหนช่วยโทรมาที่ 0869036955 นะคะ แล้วดิฉันจะโทรกลับค่ะ  ขอบคุณมากนะคะ หวังว่าคุณจะกรุณาโทร ด่วนนะคะ

  สาธุ...ขอให้คุณเข้ามาอ่านและกรุณาโทรมาด้วยเถิด
              
                      (post เมื่อ10.พค.53 เวลา 22.53 น.)

                                    จากแม่ที่ห่วงลูกมาก

จากใจคนที่อยากให้แฟนหายป่วย
Unregistered

[ 61.19.52.134 ]
12 พ.ค. 53  10:05:34 น. # 148

แฟนดิฉันก็มีอาการเหมือนคุณ paak เลยค่ะ ไม่ทราบว่าไปรักษาที่โรงพยาบาลไหนคะ ช่วยบอกด้วยค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง เห็นแล้วก็รู้สึกสงสารค่ะมันทรมานมากเลยเวลาเดิน อยากจะรักษาให้หาย รบกวนโทร 081 - 1712515 ดิฉันจะโทรกลับเองค่ะ กรุณาโทรด่วนเลยนะคะเพราะว่าอยากจะพาไปหาหมอวันศุกร์ ที่ 14 พ.ค. 53 นี้เลยค่ะ ใจร้อนเพราะอยากจะให้แฟนหายซักที

หนิงมิ้ว
Unregistered

[ 110.168.78.247 ]
13 พ.ค. 53  00:17:55 น. # 149

วันนี้ปวดข้อเท้าข้างขวามากเลย กดดูตรงรอยหวายมีก้อนอักเสบด้วยค่ะ
ก้อเลยลองหาความรู้ในเน็ต ลองพิมพ์ การปวดข้อเท้า
จึงได้อ่านทั้งหมด ให้ความรู้ดีมากค่ะ  พรุ่งนี้จะไปตลาดและซื้อใบย่านางมาคั้นดื่มน้ำอ่ะค่ะ
ช่วยตัวเองดูก่อน ถ้าอาการดีขึ้นจริงก็ขอบคุณมากมากอ่ะค่ะ

เจ้าสัว
Unregistered

[ 222.123.235.222 ]
19 พ.ค. 53  10:30:20 น. # 150

cholesterol1.1 uric acid 7.7 ผล CBC.MCV77.10 MCH 24.30 MCHC 31.50
RDW 16.20 Basophil l1.060 มีอาการตึงๆตามข้อนิ้วมือเวลากำมือรู้สึกเหมือนเหมื่อยๆไม่ทราบว่าจะเป็นโรคเก๊าต์หรือไม่ และต้องปฏิบัติตัวอยากไรบ้าง เพราะเขาเฉยๆไม่ได้บอกว่าอย่างไร

ร่วมด้วยช่วยกัน
Unregistered

[ 58.9.101.158 ]
27 พ.ค. 53  18:58:21 น. # 151

วันนี้ผมไปเจาะเลือดมา ตรวจหลายรายการ พวกไขมันมีเกินนิดหน่อย พอปรับวิถีการกินได้
อยู่ ส่วนผลตรวจค่ายูริคได้ 6.8 เกือบติดเพดานปกติซึ่งอยู่ที่ 7 เลยต้องหาข้อมูลเสียหน่อย
ก็เลยได้เข้ามาในเวปนี้ ปกติชอบกินไก่ทอดมาก เพราะกินได้ง่ายไม่ยุ่งยาก สามารถไปทำอะไรต่อได้เลย และอร่อยด้วยมั้ง แต่ก็เคยตรวจเลือดมาก่อนแล้ว เขาก็แนะนำให้ลดพวก
สัตว์ปีก ยอดผัก ฯลฯ ก้เลยลด ละ เลิก น้องไก่ไปพักใหญ่ แต่ที่กำลังสู้รบปรบมืออยู่ก็คือความดันสูง หลังๆ มาก็เริ่มควบคุมได้บ้างแล้ว ด้วยการพยายามลดน้ำหนักลง เมื่อเช้าดีใจที่ความดันอยู่ที่ 129 เคย 140 - 150 มาก่อน ทานยามาตลอดสองสามปีมานี้ ตอนนี้ก็ต้องใส่
ใจค่าของกรดยูริคเป็นอันดับต่อไป อายุแค่ 43 เอง อยากกินอร่อยและหลากหลาย ต้องมากางข้อห้ามที่มีสารพิวรินสูงเป็นคู่มืออีกแล้ว...

เล็กมีนบุรี
Unregistered

[ 124.120.35.52 ]
02 มิ.ย. 53  15:18:17 น. # 152

03 ธ.ค. 52  11:50:07 น. # 135
คุณ kp.s สมาชิกใหม่
ขอบคุณทุกท่านท่ให้ความรู้มากมายค่ะ พอดีตอนนี้ สามีเป็นอยู่อ่ะค่ะ ยูริก 9.5  เบาหวาน ความดันสูง และมีภาวะหัวใจโตด้วย ต้องคุมอาหารและปรับพฤติกรรมการกินอยู่ใหม่ เค้าอายุ 55ปีค่ะเคยเป็นนักกีฬาด้วยนะคะ ทำงานใช้ความคิดเยอะค่ะ สงสารมากๆ
จากคนที่ชอบกินอาหารและกินได้ทุกอย่าง  ต้องคอยดู คอยห้ามกันตลอด กลายเป็นคนขี้บ่นไปเลยค่ะ อยากให้เค้าอยู่กับเราและลูกนานๆ  เผลอๆเราอาจตายก่อนเพราะเครียด  อาหารก็จัดยากเพราะของห้ามเยอะมาก แต่ก็จะพยามหาข้อมูลจากหลายที่ค่ะ พอเจอตรงนี้ชอบมากเลยค่ะหลายท่านให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากๆ ขอบคุณมากนะคะ

----------------------------------------------------------------------------------
ผมอ่านแล้วก็ให้นึกถึง คุณป้าข้างบ้านผมเลยครับ ป้าเค้าเป็นเบาหวานกับความดันสูง แต่ไม่ได้ถามป้าว่าเป็นอย่างอื่นอีกหรือเปล่านะครับ แต่ช่วงหลังมานี้ป้าเค้ามาบอกว่าอาการทั้งเบาหวานและความดันที่เป็นอยู่นั้นดีขึ้นมากแล้ว ลดยาหมอไปได้เยอะเลยป้าบอกว่าหมอก็รู้สึกแปลกใจว่าป้าคุมอาหารได้ดีมากๆเลย ผมก็เลยถามป้าว่าป้าทำอย่างไรถึงได้ผลดีแบบนั้น เพราะอาผมเป็นเบาหวานอยู่แต่น้ำตาลยังไม่เกินมาก ผมจะได้ไปบอกอาของผม ป้าบอกว่าหลานเค้าให้ลองทาน ผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวดู ป้าก็เลยลองดูป้าบอกว่าถ้าเป็นไปได้ก็ดีจะได้ไม่ลำบากในการคุมอาหารเหมือนก่อนนี้ และป้าก็บอกว่าได้ผลดีนะและป้าบอกว่าจะทานไปเรื่อยๆ ควบคู่กับยาหมอที่ยังต้องกินอยู่บ้างแต่ไม่เยอะแล้ว ผมก็เลยฝากให้หลานป้าซื้อมาให้ผมด้วย ผมจะได้นำไปให้อาของผมทานตอนนี้อาผมได้ 2 วันแล้ว ทานวันละ 3 เม็ดตามที่หลานของป้าบอกครับ หลานของป้าบอกว่าทานให้หมดกระปุกแล้วไปตรวจสุขภาพดูว่าเป็นเช่นไรบ้าง ถ้าทาน 3 เม็ดต่อวัน ก็จะใช้เวลา 20 วัน เท่ากับอีก 18 วัน แล้วหลังจากอาของผมตรวจสุขภาพแล้วผมจะเขียนบอกอีกทีนะครับ
-------------------
ผมชื่อเล็กครับ ผมเข้ามาในบอร์ดนี้ครั้งแรกครับ แต่ไม่ค่อยมีเวลาได้เล่นเน็ทมากนัก นอกเสียจากเช็คเมล์ ถ้าใครอยากแชร์ประสบการณ์เรื่องนี้แบ่งปันไปถึงผมบ้างนะครับ ที่ lek.wanchai@hotmail.com ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

ส.ต.อ.ทวีศักดิ์
Unregistered

[ 124.122.93.161 ]
05 มิ.ย. 53  14:22:24 น. # 153

ตอนนี้ผมกำลังป่วยเป็นโรคsnsaอยู่ครับกำลังรักษาตัวเองอยู่ ตอนนี้น้ำหนักลดไป7 โลแล้วและมีอาการท้องเสียเรื้อรังอยู่คือกำลังทรมานครับก็ไม่รู้ว่ามีวิธีรักษาตัวหรือมีหมอที่ไหนที่ช่วยรักษาให้อาการมันบรรเทาความจ็บปวดได้บ้างและตัวนี้ม่านตาตันอักเสบอย่างมากตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่รพ.ตำรวจอยู่ครับก็ยังไม่ดีนะใครพอช่วยผมได้บ้างครับ0863148606

อ้อม
Unregistered

[ 61.19.66.118 ]
09 ก.ค. 53  10:40:24 น. # 154

ช่วยหาวิธีลดกรดในนำ้อัดลมให้หน่อยนะค่ะ

k9
Unregistered

[ 110.164.242.77 ]
23 ก.ค. 53  10:18:10 น. # 155

สวัสดีครับ  ผมมีอาการปวดที่ข้อมือ บางครั้งถึงขั้นข้อมือบวมเลยทีเดียว เป็นแบบนี้มาได้เกือบ 4 ปีแล้วครับ แบบเป็นเป็นหายหาย ฉีดยาเข้าที่ข้อมือก็เคยมาแล้ว หลังสุดไปหาหมอที่โรงพยาบาลราชวิถี หมอให้ไป X-RAY และตรวจเลือด พบว่ากรดยูริค สูงกว่าปกติ แต่อาการของผมไม่ได้ปวดตามข้อนิ้วมือนิ้วเท้า หมอเองก็บอกไม่ได้เต็มร้อยว่าเกิดจากเกาต์ อ้อ!ผมยังมีอาการปวดที่ส้นเท้าด้วยครับ แต่เป็นมาได้ไม่นาน หมอกระดูกที่เชียงรายบอกผมว่าการตรวจเลือดแล้วพบว่ากรดยูริคสูง ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นโรคเกาต์เสมอไปครับ  เลยไม่รู้ว่าตัวเองปวดข้อมือเพราะอะไร แต่ผมก็พยายามเลี่ยงการกินอาหารตามที่หมอบอก กำลังทดลองดูอยู่ได้สัก 1 เดือนแล้วครับ หมอนัดวันที่ 2 สค.นี้อีกครั้ง ได้เรื่องยังไงจะมาแจ้งให้ทราบน่ะครับ

อ้อม(ฝาง)
Unregistered

[ 203.172.141.29 ]
09 ส.ค. 53  11:05:08 น. # 156

สวัสดีครับ  ผมมีอาการปวดที่หัวแม่เท้าขวา และจะปวดบวมสลับกันของเท้าแต่ละข้าง สำหรับยูริก 11.0 หมอให้ควบคุมอาหารและให้ไปตรวจอีก 1 เดือน แต่ข้อศอกขวามีผลึกยูริกสะสมเป็นก้อนใหญ่มาก เวลาปวดก็จะแดง แสบร้อน หมอบอกว่าอาจจะแตกได้ อยากทราบว่าใครเป็นเหมือนผมบ้างครับ   และก้อนที่ว่ามีโอกาศหายหรือเปล่า ใครมีข้อมูลช่วยตอบหน่อยครับ  ขอบคูณครับ

กร
Unregistered

[ 119.31.8.116 ]
21 ส.ค. 53  10:20:16 น. # 158

น้ำเต้าหู้ทานได้หรือเปล่าคับ แม่เพิ่งไปตรวจเลือดมา ค่าUric อยู่ที่ 6.5mg/dl  โดยใบตรวจเลือดแสดงค่าปกติที่ n;2-6 แสดงว่าแม่เป็นเก๊าหรือเปล่า

เจนดิจิตอล
Unregistered

[ 110.49.193.76 ]
26 ส.ค. 53  10:24:58 น. # 159

ผมขอสมัครเป็นสมาชิกคนเป็นหรืออาจเป็นเก๊าท์ด้วยคนนะครับ คือผมขอถามหน่อยครับก่อนหน้านี้ผมไปตรวจเลือดมาทุกอย่างปกติยกเว้นกรดยูริคมีค่า8.4สองเดือนถัดมาตรวจซ้ำยังสูงอยู่8.2หมอให้ยามาทานยังไม่กล้ากินเพราะฟังมาว่าถ้ากินยาแล้วต้องกินตลอดไปอย่ากถามผู้รู้หรือว่าหมอช่วยตอบหน่ยว่าทำงัยดี งดอาหารทุกอย่างที่ห้ามแต่ลืมไปว่าชอบกินขนมเม็ดขนุนและเต่าส่วนเดือนนี้จะลองงดดู

นวย.
Unregistered

[ 125.27.36.253 ]
27 ส.ค. 53  15:17:00 น. # 160

วันนี้ไปเจาะเลือดมายูริค 9.4 หมอให้ยาลดยูริคมากิน คงจะไม่กินหรอกจะพยายามลดด้วยตัวเอง คุมอาหารเอาดีกว่าเพราะก่อนไปตรวจไม่ได้คุมอาหาร แถมกินแตงกาวกับน้ำพริกไปมากด้วยเมื่อตอนมื้อเย็นวานนี้ หมอบอกอีกสามเดือนมาเจาะเลือดใหม่ ตั้งใจจะต้องลดลงไปต่ำกว่า 7.0 แน่นอน ผมไม่ชอบกินยาใครมีเคล็ดลับดีๆ บอกกันบ้างนะ อย่างดื่มน้ำมากๆ ทุกวันนี้ก็ดื่มมากอยู่แล้วแต่เป็นน้ำชาเขียว ใส่ชาครั้งเดียวเติมน้ำทั้งวัน นั่งทำงานต้องเดินเข้าห้องน้ำบ่อย จนผู้ร่วมงานมองแบบสงสัยว่าเป็นอะไร เดียวนี้ไม่มีใครมองแล้วเห็นเป็นเรื่องปกติ

กล้องส่องทางไกล
Unregistered

[ 180.183.217.161 ]
28 ส.ค. 53  13:51:54 น. # 161

ความรู้ที่ได้จากบอร์ดนี้เป็นประโยชน์กับสังคมมากเลย.
คนไทยทุกวันนี้รู้ที่จะกินดีๆ แต่ไม่รู้ถึงผลกระทบที่ตามมาจากการกินดีๆ
อาหารที่ทุกคนเข้าใจว่ามันดีน่าที่จะกินเพื่อสุขภาพชีวิต กลับกลายเป็นพิษจากผลตกค้างได้อย่างไม่รู้ตัว. ผมคนหนึ่งที่เห็นสัจจะธรรมนี้ด้วยตัวเอง

duo
Unregistered

[ 124.121.224.231 ]
01 ก.ย. 53  00:43:50 น. # 162

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=luckystar&month=07-2009&date=30&group=7&gblog=157

ลองไปอ่านดูตามลิงค์ด้านบนนี้นะครับ

ขออนุญาตเจ้าของกระทู้ด้วยนะครับ

วรรณ
Unregistered

[ 125.24.97.255 ]
08 ก.ย. 53  22:12:38 น. # 163

ก่อนอื่นต้องขอรบกวนป๋าลู นะครับ  ผมเป็นสมาชิก เก๊าต์ คนใหม่ครับ   ผมไปตรวจเมื่อ 2 เดือนที่แล้วได้ เก๊าต์ลดลงจาก  7.13 เหลือ  6.9 ผมรู้สึกดีใจมากที่โรคของผมลดลง โรคเก๊าต์ มีโอกาสหายได้หรือเปล่าครับ  และจะหายปวดข้อนิ้วมือหรือเปล่า (อ้อลืมบอกไป...ผมชอบปวดที่ข้อตามนิ้วมือและชอบปวดเส้นคอครับ ไม่ทราบว่าโรคเก๊าต์ลามไปถึงคอด้วยหรือเปล่าครับ  ขอเรียนถามแค่นี้นะครับ   จาก "วรรณ"

จ่า กอทอมอ
Unregistered

[ 125.24.97.255 ]
08 ก.ย. 53  22:46:32 น. # 164

ดิฉัน! เวลานั่งดูทีวีนานๆ แล้วรู้สึกว่าขาจะชา และเป็นอย่างนี้บ่อยมาก ไม่ทราบว่าจะเป็นอาการของโรคเบาหวานหรื่อไม่ค่ะ  ดิฉันเคยไปเจาะเลือดมาวัดได้ 143 (หน่วยวัดดิฉันไม่ทราบว่าเรียกอย่างไร ค่ะ) และมีวิธีป้องกันอย่างไรค่ะและปฏิบัติตนอย่างไรค่ะ  ปล. ดิฉันไม่ทานเหล้าและสูบบุหรี่เลยค่ะ... จากน้องจ่า กอทอมอ.

คนจริงใจ
Unregistered

[ 125.25.243.208 ]
15 ต.ค. 53  13:30:20 น. # 165

คนที่เป็นโรคเก็าต รูมาตอย ข้อ กระดูก เสื่อม ขอให้ดูวิดีโอคลิปนี้นะ
ผมเคยเป็นข้อเสื่อมทานคอลลาเจนแล้วหายจากเวบนี้ ดีดีดี ขอบอก
วิดีโอ คนเป็นเก้าต์ หายก็มีนะ ดูให้ได้นะ ผมลองแล้ว หายๆๆๆ

http://www.the-arokaya.com/web5/index.php?option=com_content&view=article&id=392:-collagen-&catid=40:2010-03-31-09-25-53&Itemid=107

คนจริงใจ
Unregistered

[ 125.25.243.208 ]
15 ต.ค. 53  14:59:59 น. # 166

ต่อจากความเห็น 165 อันนี้เปฺ็นอีกวิดีโอคลิป นะ หายๆๆๆ ดูนะ

http://www.the-arokaya.com/web5/index.php?option=com_content&view=article&id=385:2010-07-06-08-52-51&catid=40:2010-03-31-09-25-53&Itemid=107

คนจริงใจ
Unregistered

[ 125.25.243.208 ]
15 ต.ค. 53  15:13:52 น. # 167

โรค snsa ก็ลองดู วิดีโอ ความเห็น 165  166 ได้นะ
ผมก็เคยอักเสบตามข้อมา เข่า แขน เท้า ข้อ ต่างๆไปรพ มา 3 ที่แล้วก็ไม่หาน ทานคอลลาเจน สกัดจากเกล็ดปลา
จาก ลิ้งที่ให้ไป
http://www.the-arokaya.com/web5/index.php?option=com_content&view=article&id=392:-collagen-&catid=40:2010-03-31-09-25-53&Itemid=107

http://www.the-arokaya.com/web5/index.php?option=com_content&view=article&id=385:2010-07-06-08-52-51&catid=40:2010-03-31-09-25-53&Itemid=107
หาย   เพิ่งทานแค่ 1 เดือนก็หายแล้ว ตอนนี้ยังทานไปเรื่อยๆนะ
ไม่ได้ต้องทานยาอื่นเลย
ยังไงใครที่ลองทานแล้วหายก็บอก ลิ้งที่ผมให้ไปต่อให้คนอื่นรู้ด้วยนะครับ

โรคsnsa
Unregistered

[ 115.87.97.25 ]
16 ต.ค. 53  11:50:03 น. # 168

สวัสดีครับเพื่อนๆๆร่วมโรคผมเป็นsnsaตอนนี้ผมรักษาที่รพ.ตำรวจผมคิดว่าข้อความนี้คงช่วยใครบางคนได้บ้างสำหรับคนที่กำลังผจญอยู่กับความทรมานกับโรคนี้ตอนนี้ผมรักษาตัวเองได้ประมาณ10เดือนแล้วตอนที่หนักสุดในชีวิตก็ประมาณเดือนที่มิ.ย.อาการก็คือ ตาจะเป็นม่านตาอักเสบคื่ออาการของตาจะพร่ามัวมองอะไรไม่เห็นเลยอ่านหนังสือไม่ได้เลยผมก็ต้องไปหาหมอตาใช้คุณหมอให้ใช้ยาหยอดตาดพื่อหยุดยั้งการอักเสบของตา   ในระหว่างตาอักเสบนั้นผมก็ทานอาหารไม่ค่อยจะได้มีอาการเหม็นกลิ่นอาหารทานได้น้อยทำให้น้ำหนักลดลงเรื่อยๆๆประกอบการนอนไม่ค่อยหลับน้ำหนักต่ำสุดอยู่ที่49โลจากปกติหนัก60โลจนผมทนไม่ไหวอาการมันแย่ผมต้องนอนโรงพยาบาลหนึ่งคืนเนื่องจากขาดสารอาหารอ่อนเพลียตอนนั้นมันทรมานที่สุดในชีวิตเลยครับเพื่อนๆๆซึ่งในระหว่างนั้นผมก็ยังกินยาที่รพ.ตำรวจอยู่หมอก็ให้ยาเพิ่มเรื่อยๆๆจนผมเริ่มจะดีขึ้นมาบางในตอนนี้  ยาที่หมอให้ผมจะเป็นยาที่กดภูมิคุ้มกันของตัวเราครับยาจะทำให้ภูมิของเราออกมาน้อยๆๆจะได้ไม่ทำให้เราเจ็บปวดทานพร้อมกับยาแก้ปวดครับในตอนนี้อาการเจ็บปวดของผมทุเลาลงมากแล้วผมไปทำงานได้เกือบสองเดือนแล้วหมอกำลังจะเริ่มลดยาบางตัวที่ผมทานเพื่อช่วยให้ไตทำงานน้อยลงครับ  สำหรับใครที่ได้อ่านข้อความนี้หรือใครที่กำลังทรมานกับโรคนี้ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้ครับหรือถ้าอยากจะพูดคุยเพื่อหาวีธีการเพื่อช่วยเหลือตนเองให้หลุดพ้นจากความเจ็บป่วยก็คุยกันได้ที่  เฟสบุ๊ค/joss anunsalung  ครับ

Jobz
Unregistered

[ 58.8.147.130 ]
21 ต.ค. 53  15:53:26 น. # 169

อยากทราบ ค่าพิวรีนในอาหารทุกชนิดอ่ะคับ (ประมาณว่าค่าพิวรีนเท่าไหร่ใน100กรัมประมาณนี้อ่ะคับ)ไม่ทราบใครพอจะมีข้อมูลหรือชื่อหนังสือที่มีตารางค่าพวกนี้มั๊ยคับ เพราะบางอย่าง คนนู้นก็บอกกินไม่ได้ คนนี้ก็บอกกินได้สับสนไปหมด
อยากได้เป็นแบบเยอะๆเลย มีค่าผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ทุกชนิด ไม่เอาแบบในเวปทั่วๆไปนะคับ ใครมีแนะนำกันหน่อยนะคับ ขอบคุณล่วงหน้านะคับ

คน 41
Unregistered

[ 125.25.38.215 ]
21 พ.ย. 53  12:13:54 น. # 170

สวัสดีครับ

ผมเป็นสมาชิกคนเป็นเก๊าต์ คนใหม่เพิ่งตรวจเลือดมา 10.8 mg ตกใจมากไม่คิดว่าจะเป็น เพราะเท่าที่ทราบมาคนเป็รเก๊าท์จะเริ่มจากบวมอักเสพที่ข้อเล็กๆ ก่อน แต่ของผมเริ่มจากข้อเข่า วิ่งออกกำลังกายแล้วอักเสพ เป็นสัปดาห์ไม่หาย หมอเลยเจอาะเลือดดูเพราะสงสัย ปรากฏว่าแจ็คพ็อต  หมอบอกว่าคนเป็นเก๊าท์บางคน(คือมีกรดยูลิคสูง)แต่ไม่แสดงอาการ  เมื่อใดก็ตามที่ใช้ข้อหนักๆ เช่นกำเมาส์คอมพิวเตอร์นานๆ วิ่งออกกำลังกาย หรือเกร็งข้อ ก็จะเริ่มมีอาการให้เห็น  

ผมได้วิทยาทานเยอะจาก web นี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแชร์ประสพการณ์ ผมจะลองวิธีแต่ละท่านที่แนะนำมาแล้วจะกลับมา update กันใหม่เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ร่วมชะตากรรมท่านอื่นๆ ต่อไป

ขอบคุณครับ

นักปั่นทางไกล
Unregistered

[ 118.172.200.251 ]
26 พ.ย. 53  13:12:14 น. # 171

วิธีลดกรดยูริคที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องกินยาและฉีดยาคือให้ดื่มน้ำใบย่านางคั่นก่อนอาหารเช้าวันละ 1 แก้วใหญ่ทุกวัน ท่านจะไม่เป็นเก๊าต์อีกเลย  ผมกินมา 2 ปีแล้ว ไม่เป็นเก๊าอีกเลย นอกจากนั้นหากท่านเป็นความดันโลหิตสูงในย่านางจะช่วยลดไขม้นในเลือดได้ดีอีกด้วย

Pongacio
Unregistered

[ 203.155.125.178 ]
07 ธ.ค. 53  16:25:30 น. # 172

ผมเพิ่งไปตรวจมาเมื่อวาน 12.4 ครับ เกินไปเยอะ หมอสั่งยาควบคุมและลดกรดมาให้กิน เช็คอีกทีเดือนหน้า

ผมกินเหล้าอย่างต่อเนื่องและเยอะ เป็นคนกินเหล้าเลยว่างั้น แต่ไม่กินเบียร์มาซัก 2-3 ปีแล้ว เพราะผมมีอาการปวดหัวเข่า พอกินเบียร์อีกวันนึงก็จะปวดจนเดินไม่ได้เลย ผมเป็นคนอ้วนเลยครับ หมอก็แนะนำให้ควบคุมน้ำหนัก ก็เข้าใจได้ ผมเป็นเก๊าท์แน่ๆแล้วแหละ รู้ครับว่าต้องลดต้องเลิกอาหารอะไรบ้าง แต่ที่สนใจอยู่คือว่า พวกที่ทำเพิ่มเติม อย่างกินน้ำวันละ 2-3 ลิตร, กินน้ำใบย่านาง, กินน้ำมันรำข้าว หรืออื่นๆ อันไหนที่มันได้ผลชัดเจนบ้างครับ พอสรุปให้หน่อย...

vanfar@windowslive.com
Unregistered

[ 118.174.102.55 ]
16 ธ.ค. 53  20:15:46 น. # 173

เคยอ่านเจอหนังสือค่ะ
ว่าถ้าเปนโรคเก๊าให้กิน
ต้นคื่นไช่หรือเซอร์เลอรี่
ค่ะจะช่วยลดกรดได้ค่ะ
ตอนนี้ก้อเปนนิ้วล๊อคอยู่
เพิ่งเริ่ม่ลองกินดูเหมือนกันค่ะ
แล้วไว้จะมาเล่าให้ฟังค่ะว่า
ดีขึ้นหรือเปล่า

บียูกิ
Unregistered

[ 124.100.86.76 ]
20 ธ.ค. 53  11:45:04 น. # 174

ทีนี้มีคนเข้ามาคุยกันเยอมากอ่านแล้วได้ความรู้ดีค่ะ มีถามตอบกันตลอดเลย เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ และก็ขอบคุณผู้ทีมาให้ความรู้ค่ะ อยู่ที่นี้มีแต่คนทานเก่งๆ ค่ะ ไม่ค่อยระวังกันเท่าไร อะไรอร่อยๆ ก็ทานหมดเลย เราซิทานก็ช้า มันไก่ มันหมูก็เขี้ยออก กลายเป็นแปลกไปซะอีก

โคล่า
Unregistered

[ 223.204.203.135 ]
29 ธ.ค. 53  22:16:47 น. # 175

ฉันก็เป็นยูริคสูงค่ะ  ปกติของผู้หญิงไม่เกิน 5.7  ส่วนของฉัน 8.74 หมอให้ระวังจะเป็นโรคเก๊าต์  กลุ้มใจมาก  พอมาอ่านในบอร์ดนี้ได้รับความรู้มากเลยค่ะ  จะลองไปทำรุ่นพี่ ๆ แล้วจะกลับมาบอกทีหลังว่าได้ผลหรือไม่ ขอบคุณค่ะ

หนุ่มนาข้าว
Unregistered

[ 180.180.71.14 ]
02 ก.พ. 54  16:24:16 น. # 176

เพิ่งไปหาหมอมา เป็นมาละตั้งแต่เกิด พ่อเป็น ปู่เป็น แต่แม่ไม่เป็น
อายุ 32 กว่าๆๆกำเริดมาละ ประมาณ 3 ปี
ไม่ทราบว่าความต้องการทางเพศมากเนี่ยมีผลกับโรคเก๊าต์ไหมครับหมอ

คนภูมิภาคที่เป็นโรคเก๊าต์
Unregistered

[ 203.113.0.206 ]
04 ก.พ. 54  17:18:14 น. # 177

ผมเข้ามาอ่านแล้วก็ได้ความรู้และผมก็อยากจะแนะนำเพื่อนๆที่กรดยูริคสูงว่า ผมคนนึ่งที่กดยูริคสูงแต่ผมไม่ทราบว่าถ้ากดยูริคสูงแล้วจะเป็นโรคเก๊าต์ กดยูริคของผมสูงแค่ 7.5  ผมเป็นคนชอบออกกำลังกาย ผมคิดว่าคงจะไม่เป็นอะไร ที่ไหนได้อยู่ดีๆ ก็เจ็บที่ร้อยหวาย ผมก็คิดว่ากร้ามเนื้ออัคเสพ ผมก็ไม่สนใจคิดว่าทนเอาเดี๋ยวก็หาย แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิด มันจะค่อยๆปวด และก็ปวดจนทนไม่ไหว ผมก็ถามตัวเองในเวลาที่ปวดว่า แม่งโครดปวดเลย บรรยายความปวดไม่ถูกเลยปาดจริงปวดจนเวลาเราเดินเสียศูนย์ไปเลย ฉะนั้นผมขอเตือนเพื่อนๆ ให้ระวังนะครับพวกที่กดยูริคสูงเกิน 7.5 ให้ระวัง เวลาปวดมัมจะปวดตามข้อ ที่แรกผมคิดว่าจะปาดตามข้อมือ,ข้อนิ้ว แต่ของผมมาปวดที่ข้อร้อยหวาย (ตรงส้นเท้าครับ) ผมปวดจนทนไม่ไหวผมไปหาหมอ หมอถามผมว่ากรดยูริคเท่าไหร่ ผมบอกว่า 7.5 ครับ  หมอขอดูจุดที่ปวดและดูที่ท้าวหมอบอกผมว่าผมเป็นโรคเก๊าต์ หมอก็จัดยามาให้รับประทาน 7 วันพอทานยาไปได้สักสองสามวันก็หายปวดผมก็ไม่กินยาต่อ พอหยุดยาไปได้สัก 1 เดือนก็กลับมาปวดอีกผมก็ไปหาหมออีก หมอก็จัดยามาให้ผมเป็นยาแก้โรคเก๊าต์ คราวนี้หมอบอกว่าให้ทานยาจนหมดเมื่อยาหมดแล้วก็ต้องมาหาหมออีกเพื่อเอายาไปทานคราวนี้ต้องทานยาประจำเพื่อจะให้ลดกรดยูริค ผมไปถามคนที่เคยเป็นโรคเก๊าต์ ย่าไปกินยาที่หมอสั่งเลย เรามารักษาแบบชาวบ้านดีกว่า เค้าถามผมว่ารู้จักต้นไม้ที่ชื่อว่า  " แปะตำปึง " ไหมผมบอกว่าไม่รู้จัก ถ้าไม่รู้จักก็ไปที่ทีเข้าขายต้นไม้ไปถามเค้าว่า ต้นแปะตำปึง เป็นอย่างไร เมื่อรู้จักแล้วก็ไปซื้อมาสัก  4 - 5 ต้นเพื่อเอามาปลูก ต้นหนึ่งราคาประมาณ 20 - 30 บาท ถ้าต้นใหญ่หน่อยก็ราคาประมาณ 50 - 60 บาท ถ้ามีเพื่อนๆที่เป็นชาวสวนก็ถามเค้าดูว่ารุจักรต้นแปะตำปึงหรือเปล่าว ที่บ้านมีต้นแปะตำปึงหรือเปล่าว ถ้าให้เขาตัดกิ่งแก่ๆ มาสัก 4 - 5  กิ่งให้เขาแช่น้ำในถุงมาให้เรา เมื่อเราได้มาก็เอาไปปลูกวิธีปลูก เอาไม้เสียบดินให้เป็นรุแล้วเอาต้นแปะตำปึงใส่ลงไปแล้วลดน้ำให้ชุ่ม เมื่อเอามาปลูกแล้วก็ต้องลดน้ำทุกวันลดตอนเช้าหรือตอนเย็นก็ได้ เมื่อปลูกได้สัก 1 เดือนรองเอาใบแก่ๆ มากินเปล่าๆ ใหม่ๆ กินวันละ 3 - 4 ใบ ให้กินตอนเช้า และกินเป็นประจำทุกวันในระหว่างที่กินใบแปะตำปึงอยู่ให้หยุดยาที่หมอจัดให้ไม่ต้องกิน ให้กินใบแปะตำปึงตลอดไป รับรองว่าไม่เป็นโรคเก๊าต์ 100 % ปัจุบันผมกินวันละ 10 ใบ ผมกินในตอนเช้ากินกับกล้วยน้ำว้า ถ้ากินเปล่าวๆแล้วมันจะอวดเพราะกินมันแรง ผมก็ต้องทนกินผมกินมา 2 ปีและผมไม่ต้องกินยาทีหมอสั่ง ผมกลัวกว่ากินยามากๆจะทำให้ไตวายได้ ผมก็หับมากินแปะตำปึงแทนถ้าท่านผู้ใดเป็นแล้วไม่รีบรักษานานไปโรครูมาตอยจะถามหา ถ้าไม่อยากเป็นโรครูมาตอยก็จงควบคุมอย่าให้เป็นโรคเก๊าต์ สวัสดีครับ " ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเป็นภาพอันประเสริฐ "

ไฟฟ้า
Unregistered

[ 101.109.93.168 ]
05 ก.พ. 54  00:19:42 น. # 178

หนูอายุ 15 ค่ะ กรดยูริกสูงตั้ง 15  จะเล่นพละก็ทรมานไปหมด  มีปัญหาในการเรียนมาก
แล้วตอนนี้ก็เริ่มปวดท้องด้านขวาล่าง เวลาเดินมันจะเจ็บจี๊ดๆขึ้นมาเลยค่ะ  ตอนนี้หนูเครียดมาก

putbook-08@hotmail.com
Unregistered

[ 118.173.220.254 ]
07 ก.พ. 54  13:58:36 น. # 179

ดิฉัน อายุ 46 ปี ยังมิได้ไปตรวจเลือดเมื่อประมาณ 17 กย.53 ปวดนิ้วโป้งเท้าข้างซ้าย ปวด บวมแดง ทรมานมากไปหาหมอกระดูก หมอบอกเป็นเกาต์เพราะกินยาลดความดันมา 3 ปี เลย ให้ยาcolchicine 0.6 mg. ครั้งละ 1 เม็ด 3 เวลาหลังอาหารถ้าหายปวด ให้หยุดยา กินได้ 3 วัน ก็หาย ต่อมา วันที่ 7 - 8 มกราคม 54 อาการกำเริบอีก ก็ไปหาหมอกินยาตัวเดิมอีก 2 วัน หาย    2 วันนี้เป็นอีกแล้ว เพิ่งกินยาไป 2 เม็ด ยาตัวเดิม มันจะเป็นอันตรายหรือไม่ แล้วถ้ากินน้ำมากไตจะทำงานไหวหรือไม่ พยายามควบคุมอาหารอยู่แล้วนะ พอตรุษจีนอาหารทุกอย่างทำจากน้ำต้มไก่ อาการคงกำเริบใช่หรือเปล่า ขอถามผู้รู้หน่อยคะ
อพท.